Siam Thanat Hack Co., Ltd.

มาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ของ สกมช. พ.ศ. 2567

สรุปประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 (Thailand National Cloud Security Framework) โดยแยกขอบเขตการบังคับใช้ หน้าที่ร่วมของผู้ใช้และผู้ให้บริการ และหลักฐานการปฏิบัติตาม

สรุปภาพรวมข้อกำหนด
กลุ่มเป้าหมายที่บังคับใช้
หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) และผู้ให้บริการคลาวด์ที่ให้บริการแก่หน่วยงานดังกล่าว
ความถี่ในการทดสอบ
ผู้ใช้บริการคลาวด์ระดับผลกระทบต่ำประเมินตนเองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ระดับกลางและสูงใช้การรับรองตามรอบ 3 ปีตามภาคผนวกข้อ 1.8
ขอบเขตการทดสอบ
บริการคลาวด์สาธารณะประเภท IaaS, PaaS, SaaS การแบ่งหน้าที่ CSC และ CSP และการจัดการช่องโหว่ตามข้อตกลง
ความเสี่ยงหากไม่ปฏิบัติตาม
ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคลาวด์ สกมช. พ.ศ. 2567 ตามระดับผลกระทบของระบบ

ขอบเขตและวันเริ่มมีผลบังคับใช้

มาตรฐานมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2569 กำหนดหน้าที่สำหรับหน่วยงานที่ใช้บริการคลาวด์สาธารณะตามกรอบ National Cloud Security Framework

มาตรฐานคลาวด์ใช้กับใครและเริ่มจากอะไร: หน่วยงานในขอบเขต → ระบบและข้อมูล → ระดับผลกระทบ → รูปแบบบริการ → ข้อกำหนดและหลักฐาน
มาตรฐานคลาวด์ใช้กับใครและเริ่มจากอะไร

เริ่มจากขอบเขตและระดับผลกระทบก่อนเลือกมาตรการหรือหลักฐาน

  1. หน่วยงานในขอบเขต — ยืนยันสถานะหน่วยงานและบริการคลาวด์
  2. ระบบและข้อมูล — ระบุ Workload และข้อมูลที่ใช้บนคลาวด์
  3. ระดับผลกระทบ — ประเมิน Criticality และ Sensitivity
  4. รูปแบบบริการ — ระบุ IaaS, PaaS, SaaS หรือบริการผสม
  5. ข้อกำหนดและหลักฐาน — เลือกมาตรการ สัญญา และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
  • คำว่า “หน่วยงาน” ในประกาศครอบคลุมหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562
  • ประกาศกำหนดครอบคลุมบริการ IaaS, PaaS, SaaS และบริการที่รวมบริการเหล่านี้ โดยแยกบทบาทผู้ใช้บริการคลาวด์ (CSC) และผู้ให้บริการคลาวด์ (CSP) ออกจากกันอย่างชัดเจน
  • การประเมินต้องคำนึงถึงระดับผลกระทบของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ และข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีระดับผลกระทบด้านการรักษาความลับอย่างน้อยระดับกลาง

ความรับผิดชอบร่วม ข้อตกลงระดับบริการ และเขตอำนาจศาล

มาตรฐานกำหนดให้ผู้ใช้และผู้ให้บริการตกลงและบันทึกบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบด้านความมั่นคงปลอดภัยให้เหมาะสมและมีผลผูกพัน

ใครรับผิดชอบอะไรบนคลาวด์: องค์กรผู้ใช้บริการ (CSC), ความรับผิดชอบร่วม, ผู้ให้บริการคลาวด์ (CSP)
ใครรับผิดชอบอะไรบนคลาวด์

อย่าใช้คำว่า “ผู้ให้บริการดูแลให้” แทนข้อตกลงที่ชัดเจน ระบุเจ้าของงาน หลักฐานที่ต้องส่ง และวิธีประสานงานเมื่อเกิดเหตุในสัญญาและ SLA

  • องค์กรผู้ใช้บริการ (CSC) — กำหนดความต้องการและควบคุมการใช้บริการ
  • ความรับผิดชอบร่วม — ตกลงบทบาท หลักฐาน และการรับมือเหตุ
  • ผู้ให้บริการคลาวด์ (CSP) — ให้ข้อมูลและรองรับมาตรการตามข้อตกลง
ข้อ 5.1.1

นโยบายความมั่นคงปลอดภัยคลาวด์

หน่วยงานต้องประกาศใช้นโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศสำหรับการประมวลผลบนคลาวด์เป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมจัดฝึกอบรมเฉพาะทางด้านการบริหารความเสี่ยงคลาวด์แก่ผู้บริหารและทีมธุรกิจ

ข้อ 5.1.2.1 และข้อ 5.2.9.1

ข้อตกลงระดับบริการและบทบาทหน้าที่

ต้องจัดทำและตกลง Shared Responsibility Matrix ในสัญญาอย่างชัดเจน ทั้งการป้องกันมัลแวร์ การสำรองข้อมูล การเข้ารหัส การจัดการช่องโหว่ การจัดการเหตุการณ์ และการควบคุมการเข้าถึง

ข้อ 5.1.2.2

เขตอำนาจศาลและสถานที่จัดเก็บข้อมูล

ระบุที่ตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center Region/Zone) ประเทศที่อาจจัดเก็บข้อมูล และประเมินประเด็นเขตอำนาจศาลทางกฎหมายทับซ้อน (Cross-Border Jurisdictions) เพื่อรักษาอธิปไตยของข้อมูล

ข้อ 5.1.3

การขอหลักฐานจากผู้ให้บริการ

ผู้ใช้บริการต้องขอหลักฐานการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสากล (เช่น ISO/IEC 27001, SOC 2) หรือรายงานผลการประเมินตนเองตามเงื่อนไขที่ สกมช. กำหนด

กลุ่มมาตรการควบคุมความปลอดภัยทางเทคนิคที่ต้องวางแผนร่วมกัน

ข้อกำหนดท้ายประกาศครอบคลุมทั้งกระบวนการของผู้ใช้บริการและความสามารถที่ผู้ให้บริการต้องให้ข้อมูลหรือรองรับตามข้อ 5.2

กลุ่มมาตรการคลาวด์ที่ต้องทำร่วมกัน: การกำกับดูแลและบุคลากร, ตัวตน ข้อมูล และการเข้ารหัส, โครงสร้างพื้นฐานและการปฏิบัติการ, ระบบและผู้ให้บริการ, เหตุการณ์และหลักฐาน
กลุ่มมาตรการคลาวด์ที่ต้องทำร่วมกัน

มาตรการคลาวด์ต้องเชื่อม CSC, CSP, สัญญา การปฏิบัติการ และหลักฐาน

  • การกำกับดูแลและบุคลากร — กำหนดนโยบาย บทบาท และความรู้
  • ตัวตน ข้อมูล และการเข้ารหัส — ควบคุมสิทธิ์และปกป้องข้อมูล
  • โครงสร้างพื้นฐานและการปฏิบัติการ — ตั้งค่า แบ่งเครือข่าย สำรอง และเก็บ Log
  • ระบบและผู้ให้บริการ — ควบคุมวงจรระบบ สัญญา และ Supplier
  • เหตุการณ์และหลักฐาน — ประสานเหตุ ตรวจสอบ และเก็บผล
ข้อ 5.2.1 และ 5.2.2

การจัดการทรัพย์สินและการควบคุมบัญชีผู้ใช้

จัดทำทะเบียนทรัพย์สินคลาวด์ (Inventory of Assets) กำหนดขั้นตอนติดป้ายระบุประเภทข้อมูลและระดับความลับ (Information Labelling & Tagging) บนพื้นที่จัดเก็บ เครื่องแม่ข่ายเสมือน และคอนเทนเนอร์ พร้อมขั้นตอนลงทะเบียนและยกเลิกบัญชีผู้ใช้อย่างปลอดภัย

ข้อ 5.2.3

การพิสูจน์ตัวตนและการจำกัดสิทธิ์ขั้นสูง

บังคับใช้ Multi-Factor Authentication (MFA) สำหรับผู้ดูแลระบบที่มีสิทธิ์สูง (Privileged Admin) ในทุกช่องทาง กำหนดสิทธิ์ตามหลัก Least Privilege ควบคุมโปรแกรมอรรถประโยชน์พิเศษ (Privileged Utilities เช่น Cloud CLI, Terraform, API Key) ไม่ให้ข้ามระบบรักษาความปลอดภัย และกำหนดขั้นตอนล็อกอินที่ปลอดภัย

ข้อ 5.2.4

การเข้ารหัสข้อมูลและการจัดการกุญแจตลอดวงจรชีวิต

กำหนดมาตรการเข้ารหัสข้อมูล (Cryptographic Controls) ทั้งขณะจัดเก็บ (At-Rest) และระหว่างส่งผ่าน (In-Transit) ด้วยอัลกอริทึมมาตรฐาน จัดทำทะเบียนและขั้นตอนปฏิบัติควบคุมกุญแจเข้ารหัส (KMS) พร้อมสัญญาและสถาปัตยกรรมที่ห้ามผู้ให้บริการเข้าถึงกุญแจโดยปริยาย (เช่น BYOK, HYOK หรือ Cloud HSM)

ข้อ 5.2.5 และ 5.2.7

ความปลอดภัยเครือข่ายเสมือนและการแยก Tenant

บังคับใช้มาตรการควบคุมที่ตั้งข้อมูล (Data Localization) แบ่งแยกเครือข่ายเสมือน (VPC, Subnet, Security Group, NACL, WAF) และตรวจสอบหลักประกันTenant Isolation เพื่อป้องกันการเข้าถึงหรือโจมตีข้ามสภาพแวดล้อมใช้งานร่วมกัน

ข้อ 5.2.6.1 - 5.2.6.7

ความมั่นคงปลอดภัยการปฏิบัติการและการบันทึกเหตุการณ์

กำหนดกระบวนการจัดการการเปลี่ยนแปลง (Change Management) การสำรองข้อมูลและการซักซ้อมกู้คืน (Backup & Recovery) ข้อกำหนดบันทึกเหตุการณ์ (Event Logging) การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลใน Log (Data Masking) การตั้งค่าลบ Log อัตโนมัติตามระยะเวลาจัดเก็บ การรวมศูนย์ Log สำหรับผู้ดูแลระบบ และการเทียบเวลามาตรฐาน (NTP)

ข้อ 5.2.6.8

การจัดการช่องโหว่ทางเทคนิค

ผู้ใช้บริการต้องขอข้อมูลจากผู้ให้บริการเกี่ยวกับการจัดการช่องโหว่ที่อาจกระทบบริการคลาวด์ ระบุช่องโหว่ที่ผู้ใช้บริการรับผิดชอบ และกำหนดกระบวนการจัดการให้ชัดเจน

ข้อ 5.2.9.2

ข้อตกลงด้านความมั่นคงปลอดภัยกับผู้ให้บริการ

สัญญาบริการต้องยืนยันบทบาทและความรับผิดชอบ ซึ่งอาจรวมกระบวนการทดสอบความปลอดภัย การจัดการช่องโหว่ และการตรวจสอบการปฏิบัติตาม ข้อนี้ไม่ได้กำหนดรอบ Pentest รายปีแบบตายตัว

ข้อ 5.2.10

การจัดการเหตุภัยคุกคามและการรายงาน

วางแนวทางประสานงานรับมือเหตุการณ์ไซเบอร์ร่วมกับผู้ให้บริการคลาวด์ มีขั้นตอนทบทวนร่วมกันเมื่อเกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Breach) และกำหนดช่องทางแจ้งเหตุและติดตามสถานะเหตุการณ์อย่างเป็นระบบ

การทำหลักฐานและการรายงาน

หน่วยงานต้องเปลี่ยนข้อกำหนดให้เป็นหลักฐานที่ตรวจสอบได้ตั้งแต่ขั้นเลือกบริการและทบทวนตลอดอายุสัญญา

จากข้อกำหนดสู่หลักฐาน: จัดระดับผลกระทบ → ประเมินการดำเนินงาน → รวบรวมหลักฐาน → ทบทวนโดยผู้บริหาร → รายงานต่อ สกมช.
จากข้อกำหนดสู่หลักฐาน

เริ่มจากระบบงานและระดับผลกระทบ แล้วผูกผลประเมินแต่ละข้อกับหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ผู้บริหารทบทวนผลก่อนส่งตามช่องทางทางการ

  1. จัดระดับผลกระทบ — กำหนดเกณฑ์ของแต่ละระบบงาน
  2. ประเมินการดำเนินงาน — บันทึกสถานะตามแบบประเมิน
  3. รวบรวมหลักฐาน — นโยบาย สัญญา บันทึก และผลตรวจ
  4. ทบทวนโดยผู้บริหาร — รับรองผลของหน่วยงาน
  5. รายงานต่อ สกมช. — ส่งผลตามช่องทางทางการ
  • เก็บการจัดระดับผลกระทบ ข้อกำหนดที่เลือกใช้ สัญญาหรือการแบ่งความรับผิดชอบ หลักฐานจากผู้ให้บริการ และผลการทบทวนไว้เป็นชุดเดียวกัน
  • ประกาศกำหนดให้หน่วยงานส่งผลสรุปรายงานการดำเนินการต่อสำนักงานภายใน 30 วันนับจากวันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ พร้อมใช้แบบประเมินตนเอง (Cloud Security Standard Self-Assessment for CSC version 1.0) ประกอบการรายงาน
  • ศึกษาเอกสารเผยแพร่ แผนบูรณาการ พ.ศ. 2569-2573 และกรอบการดำเนินงานเพิ่มเติมได้ที่พอร์ทัลทางการ cloudsecurity.ncsa.or.th ของ สกมช.

ตารางเปรียบเทียบข้อกำหนดและการทดสอบความปลอดภัย

สรุปรายละเอียดประกาศ บทบัญญัติ และขอบเขตการทดสอบความปลอดภัยที่จำเป็น

บทบาทและหลักฐานบนคลาวด์: การกำกับดูแล, มาตรการควบคุม, หลักฐาน
บทบาทและหลักฐานบนคลาวด์

ตารางนี้เป็นตัวอย่างการแบ่งงาน ไม่ใช่การกำหนดเจ้าของทุก Control แบบตายตัว ต้องปรับให้ตรงกับรูปแบบบริการและข้อตกลงจริง

  • การกำกับดูแล — ความต้องการ | บทบาทและ SLA | เงื่อนไขบริการ
  • มาตรการควบคุม — ตั้งค่าและใช้งาน | ประสานเหตุ | ดูแลแพลตฟอร์ม
  • หลักฐาน — ประเมินและจัดเก็บ | ทบทวนร่วมกัน | ส่งข้อมูลบริการ
ประกาศ และข้อกำหนด สาระสำคัญ ขอบเขตการทดสอบ รอบเวลาทดสอบ
ข้อ 5.1 (5.1.1 และ 5.1.2) การกำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัย นโยบายคลาวด์ และข้อตกลงระดับบริการ (Governance, SLA & Jurisdiction) นโยบายความมั่นคงปลอดภัยคลาวด์, การประเมินความเสี่ยง, สัญญาบริการคลาวด์ (IaaS, PaaS, SaaS), การจัดทำข้อตกลง SLA และการประเมินเขตอำนาจศาลทับซ้อนและสถานที่จัดเก็บข้อมูล (Cross-Border Data Jurisdiction) ตามนโยบายและเงื่อนไขบริการ; ข้อที่อ้างไม่กำหนดรอบรายปี
ข้อ 5.2.2 และ 5.2.3.2 การจัดการทรัพย์สินคลาวด์ การติดป้ายระบุข้อมูล และการควบคุมบัญชีผู้ใช้ (Cloud Asset & User Lifecycle) การจัดทำทะเบียนทรัพย์สินคลาวด์ (Inventory of Assets), การติดป้ายระบุประเภทข้อมูลและระดับชั้นความลับ (Data Labelling & Tagging) บน VM, Storage, Container รวมถึงขั้นตอนการลงทะเบียนและยกเลิกบัญชีผู้ใช้ (Deregistration) ดูแลทะเบียนและการบ่งชี้ข้อมูลให้ตรงกับการใช้งาน; ไม่ระบุรอบรายปี
ข้อ 5.2.3 (5.2.3.1 - 5.2.3.6) การพิสูจน์ตัวตนและการจำกัดสิทธิ์ขั้นสูง (Authentication, Least Privilege & Privileged Utilities) การลงทะเบียนและยกเลิกบัญชี การจัดการสิทธิ์ การเข้าสู่ระบบอย่างมั่นคงปลอดภัย และการควบคุมโปรแกรมอรรถประโยชน์ที่มีสิทธิ์พิเศษ ตามนโยบายการเข้าถึงและการเปลี่ยนสิทธิ์; ไม่ระบุรอบรายปี
ข้อ 5.2.4 (5.2.4.1 - 5.2.4.2) การเข้ารหัสข้อมูลและการจัดการกุญแจตลอดวงจรชีวิต (Cryptographic Controls & Key Management) การเข้ารหัสข้อมูลขณะจัดเก็บ (At-Rest) และระหว่างส่งผ่าน (In-Transit) ด้วยมาตรฐานสากล พร้อมการบริหารจัดการกุญแจเข้ารหัส (KMS), สถาปัตยกรรม BYOK, HYOK หรือ Cloud HSM และการบันทึก Audit Log กุญแจ ตามนโยบายรหัสลับและวงจรกุญแจ; ไม่ระบุรอบรายปี
ข้อ 5.2.5 และ 5.2.7 ความมั่นคงปลอดภัยเครือข่ายเสมือนและการแบ่งแยก Tenant (Network Security and Tenant Isolation) การออกแบบเครือข่ายเสมือน (VPC, Subnet, Peering), การตั้งค่า Security Group, NACL, WAF และการตรวจสอบกลไก Tenant Isolation บนสภาพแวดล้อมใช้งานร่วมกัน เพื่อป้องกันการโจมตีข้าม Tenant เมื่อออกแบบและเปลี่ยนแปลงเครือข่าย; ไม่ระบุรอบรายปี
ข้อ 5.2.6 (5.2.6.1 - 5.2.6.7) ความมั่นคงปลอดภัยการปฏิบัติการ การสำรองข้อมูล และการบันทึกเหตุการณ์ (Operations Security & Event Logging) การจัดการการเปลี่ยนแปลง (Change Management), การสำรองข้อมูลและการซักซ้อมกู้คืน (Backup & DR), การเปิดใช้ Event Logging, การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลใน Log (Data Masking) และการเทียบเวลามาตรฐาน (Clock Sync) ตามขั้นตอนปฏิบัติและข้อตกลงบริการ; ไม่ระบุรอบรายปี
ข้อ 5.2.6.8 และ 5.2.9.2 การจัดการช่องโหว่ทางเทคนิคและข้อตกลงการทดสอบความปลอดภัย ขอข้อมูลช่องโหว่จากผู้ให้บริการ ระบุหน้าที่ของ CSC และ CSP และระบุบทบาทการทดสอบความปลอดภัยในสัญญาบริการ ตามกระบวนการที่ตกลงในสัญญา ไม่ใช่รอบ Pentest รายปีแบบตายตัว
ข้อ 5.2.9.1 ข้อ 5.2.10 และข้อ 6 การแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ การรับมือเหตุการณ์ และการรายงานผลดำเนินการ ระบุผู้ให้บริการเป็นบุคคลภายนอกในนโยบาย กำหนดหน้าที่รับมือเหตุการณ์ และส่งผลสรุปการดำเนินการต่อสำนักงานตามข้อ 6 รายงานเหตุตามขั้นตอนในสัญญา และส่งสรุปการดำเนินการภายใน 30 วันนับจากดำเนินการแล้วเสร็จ

STH CLOUD SECURITY TESTING

แนวทางปฏิบัติการสแกนช่องโหว่และการทดสอบเจาะระบบคลาวด์ (ข้อ 5.2.6.8 และ 5.2.9.2)

ภาคผนวกมาตรฐานคลาวด์ สกมช. พ.ศ. 2567 ข้อ 5.2.6.8 กำหนดการขอและแบ่งหน้าที่จัดการช่องโหว่ทางเทคนิค ข้อ 5.2.9.2 กำหนดให้ระบุบทบาทด้านความมั่นคงปลอดภัยในสัญญา ซึ่งอาจรวมการทดสอบความปลอดภัย โดยไม่ได้กำหนดรอบ Pentest รายปีแบบตายตัว

ใครทำอะไรเมื่อทดสอบคลาวด์: ตกลงขอบเขต → รับข้อมูลจาก CSP → ประเมินและทดสอบ → ปิดผลและทบทวน
ใครทำอะไรเมื่อทดสอบคลาวด์

ก่อนทดสอบต้องรู้ว่าใครมีสิทธิทำอะไร ขอข้อมูลช่องโหว่จากผู้ให้บริการและแบ่งหน้าที่ให้ชัด รอบและขอบเขตการทดสอบต้องอ้างอิงข้อตกลงที่ใช้กับบริการนั้น

  1. ตกลงขอบเขต — ระบุบทบาทและข้อจำกัดในสัญญา
  2. รับข้อมูลจาก CSP — ช่องโหว่ บริการที่กระทบ และหลักฐาน
  3. ประเมินและทดสอบ — ทำตามหน้าที่และสิทธิที่ตกลง
  4. ปิดผลและทบทวน — Finding การแก้ไข และหลักฐาน
ข้อ 5.2.6.8

ขอข้อมูลช่องโหว่จาก CSP

ระบุช่องโหว่ที่ CSC รับผิดชอบและกำหนดกระบวนการจัดการ

ข้อ 5.2.9.2

บทบาทในสัญญาบริการ

ความถี่และขอบเขตการทดสอบความปลอดภัยให้เป็นไปตามข้อตกลง

ข้อ 5.2.7.2

แยก Tenant ในเครือข่าย

เป็นข้อกำหนดด้านเครือข่าย ไม่ใช่เงื่อนไข RoE ของการทดสอบเจาะระบบ

ข้อ 6

รายงานภายใน 30 วัน

ส่งผลสรุปการดำเนินการต่อสำนักงานเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ

ข้อ 5.2.6.8 (ก)

การสแกนและบริหารจัดการช่องโหว่เชิงเทคนิค (Vulnerability Assessment)

ข้อ 5.2.6.8 กำหนดให้ผู้ใช้บริการขอข้อมูลการจัดการช่องโหว่จากผู้ให้บริการ ระบุช่องโหว่ที่ตนรับผิดชอบ และกำหนดกระบวนการจัดการ ไม่ได้กำหนดรายการสแกนรายเดือนหรือ SLA การปิดช่องโหว่เป็นตัวเลขตายตัว

ขอข้อมูลช่องโหว่จากผู้ให้บริการ

Clause 5.2.6.8

ผู้ใช้บริการต้องขอข้อมูลจากผู้ให้บริการเกี่ยวกับการจัดการช่องโหว่ทางเทคนิคที่อาจกระทบบริการคลาวด์ที่ใช้งาน

แบ่งหน้าที่จัดการช่องโหว่

CSC / CSP

ต้องระบุช่องโหว่ทางเทคนิคที่ผู้ใช้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการ และกำหนดกระบวนการจัดการให้ชัดเจน

ผู้ให้บริการต้องให้ข้อมูล

CSP Duty

ผู้ให้บริการต้องให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้บริการเกี่ยวกับการจัดการช่องโหว่ทางเทคนิคที่อาจส่งผลกระทบต่อบริการคลาวด์

แยกสภาพแวดล้อมทดสอบตามข้อ 5.2.6.9

Data Protection

หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการทดสอบได้ ต้องประเมินความเสี่ยงและใช้มาตรการทางเทคนิคและองค์กรเพื่อลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด

ข้อ 5.2.9.2

การทดสอบเจาะระบบคลาวด์และกฎการทดสอบ (Cloud Pentest & RoE)

ข้อ 5.2.9.2 เป็นข้อกำหนดในสัญญาบริการให้ยืนยันบทบาทและความรับผิดชอบด้านความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งอาจรวมการทดสอบความปลอดภัย ไม่ใช่ข้อบังคับ Pentest ปีละ 1 ครั้งสำหรับทุกหน่วยงาน

ระบุบทบาทในสัญญาบริการ

Clause 5.2.9.2

ผู้ใช้บริการต้องยืนยันบทบาทและความรับผิดชอบด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับบริการคลาวด์ในข้อตกลงการให้บริการ

หัวข้อที่สัญญาอาจครอบคลุม

Contract Topics

ข้อ 5.2.9.2 ระบุหัวข้อที่อาจรวมในสัญญา เช่น การป้องกันมัลแวร์ การสำรองข้อมูล การจัดการช่องโหว่ การจัดการเหตุการณ์ การตรวจสอบการปฏิบัติตาม และการทดสอบความปลอดภัย

การแยก Tenant ตามข้อ 5.2.7.2

Multi-Tenant Isolation

ผู้ใช้บริการต้องจัดทำข้อกำหนดการแยกเครือข่ายเพื่อให้เกิดการแยก Tenant ในสภาพแวดล้อมที่ใช้บริการร่วมกัน นี่เป็นข้อกำหนดด้านเครือข่าย ไม่ใช่เงื่อนไข RoE ของการทดสอบเจาะระบบ

ความถี่การทดสอบ

By Agreement

ความถี่และขอบเขตการทดสอบความปลอดภัยให้เป็นไปตามที่คู่สัญญาตกลง ไม่ใช่ตัวเลขรายปีที่ภาคผนวกกำหนดไว้สำหรับทุกหน่วยงาน

หลักฐานเชิงประจักษ์และการจัดทำรายงานเพื่อยื่นแบบ สกมช. คลาวด์ 1 (Form CSC v1.0)

ผลการทดสอบต้องถูกจัดทำเป็นเอกสารหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือ ตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อใช้แนบรายงานการประเมินตนเองตามข้อกำหนดของ สกมช.

Executive Summary Report

สรุปภาพรวมความเสี่ยงคลาวด์ ระดับผลกระทบต่อธุรกิจ และสถานะความมั่นคงปลอดภัยสำหรับ CISO และคณะกรรมการ

Technical Pentest & VA Report

รายงานผลเชิงเทคนิคฉบับสมบูรณ์ แสดงรายการช่องโหว่, ระดับ CVSS, รหัส CVE/CWE, ลำดับขั้นตอน PoC และแนวทางแก้ไขตรงจุด

Retest Verification Report

รายงานผลการตรวจซ้ำอย่างเป็นทางการ แสดงสถานะ Remediated เพื่อรับรองว่าไม่มีความเสี่ยงคงค้าง

Form CSC v1.0 Compliance

นำหลักฐานและรายงานผลไปอ้างอิงในแบบประเมินตนเอง แบบ สกมช. คลาวด์ 1 หมวด 5 เพื่อนำส่ง สกมช. ภายใน 30 วัน

อ้างอิงภาคผนวกประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 ข้อ 5.2.6.8 การจัดการช่องโหว่ทางเทคนิค ข้อ 5.2.6.9 การแยกสภาพแวดล้อมทดสอบ ข้อ 5.2.7.2 การแยกเครือข่าย และข้อ 5.2.9.2 ข้อตกลงด้านความมั่นคงปลอดภัยกับผู้ให้บริการ

ปรึกษาการทำ Cloud VA & Pentest ตามมาตรฐาน สกมช. กับ STH

เครื่องมือประเมินความพร้อม

คลิกเลือกรายการที่องค์กรของท่านได้ดำเนินการแล้ว เพื่อคำนวณระดับความพร้อมเบื้องต้น

0%

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถามและข้อสงสัยสำคัญเกี่ยวกับข้อกำหนดและการตรวจประเมินตามมาตรฐาน

มาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยคลาวด์ สกมช. พ.ศ. 2567 บังคับใช้กับใครบ้าง?

บังคับใช้กับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ตาม พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ พ.ศ. 2562 รวมถึงผู้ให้บริการคลาวด์ที่ให้บริการแก่หน่วยงานเหล่านั้น โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2569

หน่วยงานที่ใช้งานคลาวด์ต้องทดสอบความปลอดภัยระบบคลาวด์อย่างไร?

ข้อ 5.2.6.8 กำหนดให้ผู้ใช้บริการขอข้อมูลการจัดการช่องโหว่จากผู้ให้บริการ ระบุช่องโหว่ที่ตนรับผิดชอบ และกำหนดกระบวนการจัดการ ข้อ 5.2.9.2 ให้ระบุบทบาทด้านความมั่นคงปลอดภัยในสัญญา ซึ่งอาจรวมการทดสอบความปลอดภัย แต่ไม่ได้บังคับรอบ Pentest ปีละ 1 ครั้งสำหรับทุกหน่วยงาน

การทดสอบเจาะระบบคลาวด์ตามมาตรฐาน สกมช. ต้องทำอย่างไร?

ความถี่และขอบเขตการทดสอบความปลอดภัยให้เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาตามข้อ 5.2.9.2 ส่วนการแยก Tenant ตามข้อ 5.2.7.2 เป็นข้อกำหนดด้านเครือข่าย ไม่ใช่เงื่อนไข RoE ของการทดสอบเจาะระบบโดยตรง รายงานสรุปการดำเนินการตามข้อ 6 ต้องส่งสำนักงานภายใน 30 วันนับจากดำเนินการแล้วเสร็จ

เอกสารต้นทางฉบับทางการ

ไฟล์ต้นฉบับจากหน่วยงานราชการ โฮสต์ไว้บน sth.sh เพื่อความสะดวก โปรดยึดฉบับล่าสุดจากลิงก์ต้นทางเป็นสำคัญ

ตัวอย่างหน้าแรกของประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 (ฉบับราชกิจจานุเบกษา)

ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 (ฉบับราชกิจจานุเบกษา)

โดย ราชกิจจานุเบกษา

เปิดเอกสาร (PDF) ดาวน์โหลด แหล่งต้นทาง พอร์ทัล สกมช. Cloud Security

ตัวอย่างหน้าแรกของแบบประเมินตนเองตามมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยระบบคลาวด์ สำหรับผู้ใช้บริการคลาวด์ (Self-Assessment for CSC เวอร์ชัน 1.0)

แบบประเมินตนเองตามมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยระบบคลาวด์ สำหรับผู้ใช้บริการคลาวด์ (Self-Assessment for CSC เวอร์ชัน 1.0)

โดย สกมช. (NCSA)

เปิดเอกสาร (PDF) ดาวน์โหลด (PDF) ดาวน์โหลด (.docx) แหล่งต้นทาง พอร์ทัล สกมช. Cloud Security

ขอใบเสนอราคา