มาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ของ สกมช. พ.ศ. 2567
สรุปประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 (Thailand National Cloud Security Framework) โดยแยกขอบเขตการบังคับใช้ หน้าที่ร่วมของผู้ใช้และผู้ให้บริการ และหลักฐานการปฏิบัติตาม
ขอบเขตและวันเริ่มมีผลบังคับใช้
มาตรฐานมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2569 กำหนดหน้าที่สำหรับหน่วยงานที่ใช้บริการคลาวด์สาธารณะตามกรอบ National Cloud Security Framework

- คำว่า “หน่วยงาน” ในประกาศครอบคลุมหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562
- ประกาศกำหนดครอบคลุมบริการ IaaS, PaaS, SaaS และบริการที่รวมบริการเหล่านี้ โดยแยกบทบาทผู้ใช้บริการคลาวด์ (CSC) และผู้ให้บริการคลาวด์ (CSP) ออกจากกันอย่างชัดเจน
- การประเมินต้องคำนึงถึงระดับผลกระทบของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ และข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีระดับผลกระทบด้านการรักษาความลับอย่างน้อยระดับกลาง
กลุ่มมาตรการควบคุมที่ต้องวางแผนร่วมกัน
ข้อกำหนดท้ายประกาศครอบคลุมทั้งกระบวนการของผู้ใช้บริการและความสามารถที่ผู้ให้บริการต้องให้ข้อมูลหรือรองรับ

- บัญชีทรัพย์สินและการบ่งชี้ข้อมูล การควบคุมการเข้าถึง การพิสูจน์ตัวตน และการจำกัดสิทธิ์
- การเข้ารหัสและการจัดการกุญแจ ตำแหน่งศูนย์ข้อมูล การปลดระวางและทำลายสื่อบันทึกข้อมูลอย่างปลอดภัย (Secure Media Disposal) และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- การจัดการช่องโหว่ทางเทคนิค (ข้อ 5.2.6.8 (ก)) ครอบคลุมการตรวจหาช่องโหว่ (Vulnerability Assessment), การจัดลำดับความสำคัญ, และการ Patch สำหรับ OS, Container, Application และ Third-party Library
- ข้อตกลงการทดสอบความปลอดภัยและการทำ Penetration Testing (ข้อ 5.2.9.2 (ก)) ต้องระบุสิทธิ ความถี่ ขั้นตอนในสัญญาบริการคลาวด์ และต้องไม่มีผลกระทบต่อผู้ใช้งานใน Tenant อื่น (Cross-tenant Isolation)
การทำหลักฐานและการรายงาน
หน่วยงานต้องเปลี่ยนข้อกำหนดให้เป็นหลักฐานที่ตรวจสอบได้ตั้งแต่ขั้นเลือกบริการและทบทวนตลอดอายุสัญญา

- เก็บการจัดระดับผลกระทบ ข้อกำหนดที่เลือกใช้ สัญญาหรือการแบ่งความรับผิดชอบ หลักฐานจากผู้ให้บริการ และผลการทบทวนไว้เป็นชุดเดียวกัน
- ประกาศกำหนดให้หน่วยงานส่งผลสรุปรายงานการดำเนินการต่อสำนักงานภายใน 30 วันนับจากวันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ พร้อมใช้แบบประเมินตนเอง (Cloud Security Standard Self-Assessment for CSC version 1.0) ประกอบการรายงาน
- ศึกษาเอกสารเผยแพร่ แผนบูรณาการ พ.ศ. 2569-2573 และกรอบการดำเนินงานเพิ่มเติมได้ที่พอร์ทัลทางการ cloudsecurity.ncsa.or.th ของ สกมช.
ตารางเปรียบเทียบข้อกำหนดและการทดสอบความปลอดภัย
สรุปรายละเอียดประกาศ บทบัญญัติ และขอบเขตการทดสอบความปลอดภัยที่จำเป็น
| ประกาศ และข้อกำหนด | สาระสำคัญ | ขอบเขตการทดสอบ | รอบเวลาทดสอบ |
|---|---|---|---|
| หมวด 1 และ 2 (ข้อ 5.1.2.1 และ 5.2.9.1) | การตรวจประเมินสถาปัตยกรรมและสัญญา (Cloud Architecture & SLA Security Audit) | สอบทานสัญญาบริการคลาวด์, ข้อตกลง SLA, และ Shared Responsibility Matrix บนระบบ IaaS, PaaS และ SaaS | ก่อนเริ่มใช้งาน และทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง |
| หมวด 3 และ 4 (ข้อ 5.2.1 และ 5.2.7) | การตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยคลาวด์ (Cloud Configuration Audit / CSPM) | ตรวจสอบการตั้งค่า IAM Role, สิทธิ์ Least Privilege, การจัดการ Key Management, Data Encryption และ Network Perimeter | ก่อนย้ายขึ้นคลาวด์ และทุกปี |
| หมวด 5 (ข้อ 5.2.6.8 และ 5.2.9.2) | การสแกนช่องโหว่และการทดสอบเจาะระบบคลาวด์ (Vulnerability Assessment & Cloud Pentest) | ทำ Vulnerability Assessment (VA) บน OS, Container, Application, Dependency พร้อมทำ Cloud Pentest ตาม Rules of Engagement โดยไม่กระทบผู้ใช้งานใน Tenant อื่น | สแกนช่องโหว่เป็นประจำ และทำ Pentest อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง |
เครื่องมือประเมินความพร้อม
คลิกเลือกรายการที่องค์กรของท่านได้ดำเนินการแล้ว เพื่อคำนวณระดับความพร้อมเบื้องต้น

