พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และ Penetration Testing
มาตรา 37 กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม โดย Penetration Testing เป็นวิธีหนึ่งในการตรวจสอบประสิทธิผลของการควบคุมทางเทคนิค
การทดสอบเพื่อสนับสนุนมาตรการความมั่นคงปลอดภัยของ PDPA
มาตรา 37 ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจัดมาตรการที่เหมาะสม การทดสอบช่วยให้เห็นประสิทธิผลของการควบคุม แต่ไม่ใช่หลักฐานเพียงชิ้นเดียวของการปฏิบัติตาม PDPA.

- เชื่อมระบบที่ทดสอบกับ data inventory, วัตถุประสงค์การประมวลผล และความเสี่ยงของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ scope สะท้อนผลกระทบจริง.
- ตรวจการยืนยันตัวตน การกำหนดสิทธิ์ การปกป้องข้อมูลระหว่างส่งและขณะจัดเก็บ รวมถึงการจัดการ session, API และงานผู้ดูแลระบบ.
- ควบคุมข้อมูลทดสอบ ลดการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลจริง ปกปิดหลักฐาน และกำหนดการเก็บรักษาหรือลบข้อมูลจากกิจกรรมทดสอบ.
- ทบทวนมาตรการเมื่อความเสี่ยง เทคโนโลยี หรือรูปแบบการประมวลผลเปลี่ยน ไม่สรุปว่า Pentest เพียงครั้งเดียวทำให้ compliant ครบถ้วน.
PERSONAL DATA PROTECTION
มาตรา 37 กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม โดย Penetration Testing เป็นวิธีหนึ่งในการตรวจสอบประสิทธิผลของการควบคุมทางเทคนิค
หน้าที่ตามมาตรา 37
- ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
- มาตรการขั้นต่ำต้องมีมาตรการเชิงองค์กรและเชิงเทคนิค และอาจรวมมาตรการทางกายภาพเมื่อจำเป็นตามระดับความเสี่ยง โดยต้องทบทวนเมื่อจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง
บทบาทของ Penetration Testing
- ใช้ทดสอบว่าการควบคุมทางเทคนิคของ Web, Mobile, API, Network และ Cloud สามารถป้องกันการเข้าถึงหรือเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบได้จริงหรือไม่
- การทดสอบต้องได้รับอนุญาต กำหนดขอบเขตตามความเสี่ยง ลดการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็น ปกปิดหลักฐาน และกำหนดการเก็บรักษาและลบที่ชัดเจน
มาตรา 37 และประกาศมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไม่ได้กำหนดให้ทำ Penetration Testing ปีละ 1 ครั้ง และผลทดสอบเพียงอย่างเดียวไม่ใช่หลักฐานว่าปฏิบัติตาม PDPA ครบถ้วน
