Siam Thanat Hack Co., Ltd.

พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 และ Penetration Testing

กฎหมายกำหนดหน้าที่ด้านการประเมินความเสี่ยงและการตรวจสอบด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ส่วน Penetration Testing เป็นวิธีและหลักฐานทางเทคนิคที่อาจใช้สนับสนุน ไม่ใช่การตรวจสอบทั้งหมด

สรุปภาพรวมข้อกำหนด
กลุ่มเป้าหมายที่บังคับใช้ หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) ใน 7 ด้านหลัก
ความถี่ในการทดสอบ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตามเกณฑ์ที่ สกมช. กำหนด
ขอบเขตการทดสอบ ระบบสารสนเทศ CII, ระบบควบคุมการทำงาน (OT และ SCADA), Core Network Infrastructure
ความเสี่ยงหากไม่ปฏิบัติตาม คำสั่งเข้าควบคุมจากศาลและ สกมช., โทษปรับสูงสุด 300,000 บาท และปรับรายวัน (มาตรา 71 ถึง 73)

การใช้การทดสอบในวงจรประเมินความเสี่ยงไซเบอร์

กฎหมายกำหนดกรอบการประเมินและตรวจสอบสำหรับหน่วยงานในขอบเขต Penetration Testing ช่วยพิสูจน์ความเสี่ยงทางเทคนิค แต่ไม่แทนกระบวนการกำกับดูแลทั้งหมด.

ภาพอินโฟกราฟิกอธิบาย: การใช้การทดสอบในวงจรประเมินความเสี่ยงไซเบอร์
ภาพสรุป: การใช้การทดสอบในวงจรประเมินความเสี่ยงไซเบอร์
  • ระบุบริการสำคัญ ระบบสนับสนุน และความเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานก่อนกำหนดขอบเขตการประเมิน.
  • มาตรา 54 ระบุให้หน่วยงาน CII จัดการประเมินความเสี่ยงและการตรวจสอบด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งตามเงื่อนไขของกฎหมาย.
  • เอกสารประเมินควรเชื่อม threat, vulnerability, impact, control owner และแผนแก้ไข ไม่ยกผล scan หรือ Pentest ออกมาพิจารณาโดยลำพัง.
  • ยืนยันกรอบรายงานและกำหนดเวลา 30 วันตามการใช้บังคับจริงกับหน่วยงานกำกับหรือสำนักงานที่เกี่ยวข้อง.

NATIONAL CYBERSECURITY / RISK & AUDIT

กฎหมายกำหนดหน้าที่ด้านการประเมินความเสี่ยงและการตรวจสอบด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ส่วน Penetration Testing เป็นวิธีและหลักฐานทางเทคนิคที่อาจใช้สนับสนุน ไม่ใช่การตรวจสอบทั้งหมด

หน้าที่ตามพระราชบัญญัติ

  • มาตรา 44 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) จัดทำประมวลแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐาน โดยอย่างน้อยต้องมีแผนการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ประจำปี
  • มาตรา 54 กำหนดให้หน่วยงาน CII จัดให้มีการประเมินความเสี่ยงและการตรวจสอบด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และส่งผลสรุปให้สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ

บทบาทของ Penetration Testing

  • Penetration Testing เป็นหลักฐานทางเทคนิคที่ช่วยสนับสนุนการประเมินความเสี่ยงและการตรวจสอบ แต่ไม่ใช่การตรวจสอบด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ทั้งหมด
  • ประมวลแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐาน พ.ศ. 2564 ข้อ 21.3.4 และ 21.3.6 ใช้ถ้อยคำเชิงแนะนำให้พิจารณา Penetration Testing ตามความเสี่ยงและความจำเป็น โดยเน้นบริการสำคัญและระบบที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  • หากดำเนินการ ขอบเขตควรครอบคลุม Host, Network และ Application ที่เกี่ยวข้อง และผู้ทดสอบควรมีความเป็นอิสระจากระบบและกระบวนการที่ถูกทดสอบ
ขอบเขตข้อกำหนด

พระราชบัญญัติไม่ได้กำหนดให้ทุกองค์กรต้องทำ Penetration Testing ทุกปี ต้องแยกหน้าที่ตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงตามกฎหมายออกจากวิธีทดสอบทางเทคนิคที่เลือกใช้

ตารางเปรียบเทียบข้อกำหนดและการทดสอบความปลอดภัย

สรุปรายละเอียดประกาศ บทบัญญัติ และขอบเขตการทดสอบความปลอดภัยที่จำเป็น

ประกาศ และข้อกำหนด สาระสำคัญ ขอบเขตการทดสอบ รอบเวลาทดสอบ
มาตรา 49 ถึง 54 การกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำและการประเมินความเสี่ยง CII ระบบสารสนเทศโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ 7 ด้านหลัก, ระบบควบคุม (OT และ SCADA) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ประกาศ สกมช. 2565 แนวทางการทดสอบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการแจ้งเหตุภัยคุกคาม Core Network, Critical Application, Industrial Control Systems ตามรอบประเมิน สกมช.

เครื่องมือประเมินความพร้อม

คลิกเลือกรายการที่องค์กรของท่านได้ดำเนินการแล้ว เพื่อคำนวณระดับความพร้อมเบื้องต้น

0%

เอกสารต้นทางฉบับทางการ

ไฟล์ต้นฉบับจากหน่วยงานราชการ โฮสต์ไว้บน sth.sh เพื่อความสะดวก โปรดยึดฉบับล่าสุดจากลิงก์ต้นทางเป็นสำคัญ

ตัวอย่างหน้าแรกของพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562

พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562

โดย ราชกิจจานุเบกษา

เปิดเอกสาร (PDF) แหล่งต้นทาง