NCSA Website Security Standard พ.ศ. 2568
มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับเว็บไซต์ ครอบคลุม Governance และ Security Operation ของเว็บไซต์ทุกสถาปัตยกรรม
การทำให้มาตรฐานเว็บไซต์เป็นวงจรปฏิบัติการ
มาตรฐานเว็บไซต์เชื่อมโยงการกำกับดูแล การประเมินผลกระทบ การประเมินตนเอง และการแก้ไขปรับปรุงเข้าด้วยกัน ดังนั้นการทดสอบเชิงเทคนิคจึงควรพิจารณาสถาปัตยกรรมของเว็บไซต์ที่ใช้งานจริง.

- ยืนยันว่าหน่วยงานและเว็บไซต์อยู่ในขอบเขตของมาตรฐาน แล้วจัดระดับผลกระทบก่อนกำหนดมาตรการควบคุมและหลักฐาน.
- การประเมินตนเองแบบ ค๑ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งควรอ้างอิงหลักฐานจาก Web Application, Web Server, Database และ Cloud หรือ Web Hosting ที่เกี่ยวข้อง.
- เมื่อพบข้อไม่สอดคล้อง ให้จัดทำแผนแก้ไขแบบ ค๒ พร้อมผู้รับผิดชอบ ระยะเวลา และวิธีติดตามผล ไม่ปิดประเด็นด้วยรายงานผลทดสอบเพียงอย่างเดียว.
- การทดสอบเจาะระบบ (Pentest) เป็นหลักฐานเชิงเทคนิคที่ช่วยยืนยันการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์ ไม่ได้ทำให้มาตรฐานกลายเป็นข้อบังคับให้ทดสอบเจาะระบบทุกปีโดยอัตโนมัติ.
NCSA / WEBSITE SECURITY STANDARD
มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับเว็บไซต์ ครอบคลุม Governance และ Security Operation ของเว็บไซต์ทุกสถาปัตยกรรม
ใครต้องทำและ Penetration Testing เกี่ยวข้องอย่างไร
- ใช้บังคับกับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) ส่วนเอกชนทั่วไปได้รับการส่งเสริมให้นำไปใช้
- ประกาศลงวันที่ 16 กันยายน 2568 และมีผลเมื่อพ้นหนึ่งปี จึงมีผลวันที่ 16 กันยายน 2569
- หน่วยงานในขอบเขตต้องประเมินตนเองตามแบบ ค๑ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ประเมินระดับผลกระทบ รายงานตามระดับ และจัดทำแผนแก้ไขแบบ ค๒ เมื่อไม่สอดคล้อง
- มาตรฐานไม่ได้ทำให้การประเมินตนเองกลายเป็นข้อบังคับ Penetration Testing รายปีโดยอัตโนมัติ แต่ Penetration Testing เป็นหลักฐานเชิงเทคนิคเพื่อพิสูจน์ Website Security Operation และช่องโหว่ที่โจมตีได้จริง
Scope ควรครอบคลุม Web Application, Web Server, Database และ Cloud หรือ Web Hosting ที่เกี่ยวข้อง ตามสถาปัตยกรรมและระดับผลกระทบของเว็บไซต์ ไม่ใช่ตรวจเฉพาะหน้าเว็บ
แนวทางปฏิบัติและเครื่องมือสำหรับมาตรฐานเว็บไซต์
WSS by STH ช่วยให้ทีมงานใช้มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับเว็บไซต์ พ.ศ. 2568 เป็นรายการตรวจสอบที่นำไปปฏิบัติได้ ครอบคลุมการกำกับดูแล การประเมินความเสี่ยง การพัฒนา การปฏิบัติการ และหลักฐานที่ใช้ติดตามการแก้ไข.
วิดีโอความรู้: มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับเว็บไซต์
รับชมวิดีโอความรู้เพื่อเริ่มต้นทำความเข้าใจมาตรฐานและการนำไปใช้กับเว็บไซต์ขององค์กร
ใครต้องดำเนินการ
ภาคผนวก ค ของมาตรฐานมีแบบ ค1 สำหรับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ และหน่วยงานเอกชน สำหรับหน่วยงานเอกชน มาตรฐานส่งเสริมให้นำแนวปฏิบัติไปใช้ ไม่ได้กำหนดหน้าที่ในระดับเดียวกับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานกำกับ หรือ CII.

หน่วยงานของรัฐ
รวบรวมเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลหรือบริการออนไลน์ของหน่วยงาน ระบุเจ้าของระบบและ URL ให้ชัดเจน.
หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล
กำหนดผู้รับผิดชอบ ติดตามการปฏิบัติตาม และเก็บหลักฐานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้.
หน่วยงาน CII
พิจารณาความสำคัญของบริการและการเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องก่อนจัดลำดับการแก้ไข.
หน่วยงานเอกชน (ส่งเสริมให้ปฏิบัติตาม)
ภาคเอกชนที่มีเว็บไซต์ให้บริการข้อมูลหรือบริการออนไลน์ควรนำแนวปฏิบัติไปใช้ โดยเริ่มจากระบุเว็บไซต์และองค์ประกอบที่พึ่งพา เช่น Cloud หรือ Web Hosting.
การมีชื่อประเภทหน่วยงานในแบบ ค1 ไม่ได้ใช้แทนการพิจารณาขอบเขตหรือหน้าที่ตามกฎหมายและข้อกำหนดเฉพาะของหน่วยงาน.
ใช้แบบ ค1 และ ค2 อย่างไร
แบบ ค1 ใช้บันทึกการประเมินตนเอง ส่วนแบบ ค2 ใช้ทำแผนแก้ไขสำหรับรายการที่ผลประเมินยังระบุว่า “ยังต้องปรับปรุง” ทั้งสองแบบทำให้ผลประเมินมีเจ้าของงาน หลักฐาน และการติดตามที่ชัดเจน.

แบบ ค1: ประเมินตนเองและเก็บหลักฐาน
- กรอกข้อมูลเว็บไซต์: หน่วยงาน เจ้าของเว็บไซต์ URL ลักษณะการให้บริการ และรูปแบบการจัดทำ เช่น On-Premises, Cloud Service หรือ Web Hosting.
- ประเมินข้อกำหนดและข้อเสนอแนะ พร้อมบันทึกหลักฐานที่ยืนยันผล เช่น การตั้งค่า บันทึกการปฏิบัติงาน รายงานทดสอบ หรือเอกสารผู้ให้บริการ.
- ใช้สถานะให้ตรงกับผลจริง: ดำเนินการแล้ว, อยู่ในระหว่างดำเนินการ หรือยังไม่ได้ดำเนินการ และสรุปผลข้อกำหนดว่า “ยังต้องปรับปรุง” เมื่อยังไม่ครบถ้วน.
แบบ ค2: เปลี่ยนประเด็นค้างเป็นแผนแก้ไข
- คัดเฉพาะรายการจากแบบ ค1 ที่ยังต้องปรับปรุง ไม่คัดลอกข้อที่ดำเนินการครบแล้วมาเป็นแผนงาน.
- บันทึกข้อกำหนดที่ค้าง สาเหตุ การปรับปรุงแก้ไขในเบื้องต้น และรายการแก้ไขที่ต้องดำเนินการ.
- กำหนดผู้รับผิดชอบและวันแล้วเสร็จ ติดตามสถานะและทบทวนหลักฐานหลังแก้ไขก่อนปรับผลในรอบถัดไป.
รายละเอียดชื่อช่องและคำแนะนำอ้างอิงจากภาคผนวก ค หน้า 47-49 และแบบ ค2 หน้า 69 ของเอกสารมาตรฐานฉบับที่โฮสต์ในหน้านี้.
