OWASP Top 10 สำหรับแอปพลิเคชัน Agentic ฉบับปี 2026
คู่มือ 10 หมวดความเสี่ยงใน OWASP Top 10 สำหรับแอปพลิเคชัน Agentic ครอบคลุมการตัดสินใจอิสระของ AI การเรียกใช้เครื่องมือ ขอบเขตสิทธิ์ตัวตน และการทำงานร่วมกันของ Multi-Agent
ฉบับ 2026. ใช้ชื่อหมวดความเสี่ยงตามเอกสาร OWASP ทางการ
ASI01:2026
Agent Goal Hijack
Agent Goal Hijack เกิดขึ้นเมื่อผู้โจมตีฝังคำสั่งล่อลวงไว้ในข้อมูลภายนอก หน้าเว็บ หรือระบบค้นคืนข้อมูล RAG เพื่อชักจูงให้ Agent เบี่ยงเบนจากเป้าหมายที่ได้รับมอบหมาย ไปทำตามวัตถุประสงค์แฝงของผู้โจมตี เช่น สั่งให้แอบโอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลลับ
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | ข้อมูลนำเข้าหรือ Context จากระบบ RAG ถูกแทรกคำสั่งอันตรายเพื่อบิดเบือนเป้าหมายและตรรกะการตัดสินใจของ Agent ทำให้ละทิ้งภารกิจเดิมแล้วไปทำตามเป้าหมายแฝงของผู้โจมตี |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | Agent อาจถูกควบคุมให้เปิดเผยข้อมูลความลับ ดำเนินการอนุมัติธุรกรรมโดยมิชอบ หรือทำลายข้อมูลสำคัญในระบบ |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | บังคับใช้การประเมินสิทธิ์และจำกัดขอบเขตเป้าหมายในระดับแอปพลิเคชัน |

ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม.
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
Agent อาจถูกควบคุมให้เปิดเผยข้อมูลความลับ ดำเนินการอนุมัติธุรกรรมโดยมิชอบ หรือทำลายข้อมูลสำคัญในระบบ
แนวทางลดความเสี่ยง
- บังคับใช้การประเมินสิทธิ์และจำกัดขอบเขตเป้าหมายในระดับแอปพลิเคชัน
- แยกข้อมูลภายนอกจากคำสั่งหลักของระบบอย่างเด็ดขาด
- กำหนดให้มีการอนุมัติจากมนุษย์สำหรับเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูง
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }ASI02:2026
Tool Misuse and Exploitation
Tool Misuse and Exploitation เกิดเมื่อ Agent ได้รับสิทธิ์เชื่อมต่อกับเครื่องมือ หรือ API ภายนอก โดยขาดการตรวจสอบและจำกัดขอบเขตของพารามิเตอร์ จนถูกหลอกให้สั่งงานฟังก์ชันอันตราย เช่น ลบข้อมูล หรือส่งคำสั่งไปยังระบบสารสนเทศภายใน
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | Agent ถูกหลอกให้เรียกใช้ฟังก์ชันหรือเครื่องมือภายนอกอย่างผิดวิธี เช่น เรียกใช้ API ลบข้อมูล หรือส่งคำสั่งฐานข้อมูลโดยไม่มีการตรวจสอบพารามิเตอร์อย่างรัดกุม |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | ผู้โจมตีสามารถใช้สิทธิ์ของ Agent ในการสั่งงานระบบสารสนเทศภายใน หรือส่งออกข้อมูลความลับออกไปภายนอก |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | กำหนด Schema ของพารามิเตอร์อย่างเข้มงวดและปฏิเสธค่าที่ไม่คาดคิด |

ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม.
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
ผู้โจมตีสามารถใช้สิทธิ์ของ Agent ในการสั่งงานระบบสารสนเทศภายใน หรือส่งออกข้อมูลความลับออกไปภายนอก
แนวทางลดความเสี่ยง
- กำหนด Schema ของพารามิเตอร์อย่างเข้มงวดและปฏิเสธค่าที่ไม่คาดคิด
- ใช้หลัก Least Privilege ในการให้สิทธิ์เครื่องมือแก่ Agent
- บันทึก Audit Log ทุกครั้งที่มีการเรียกใช้เครื่องมือ
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }ASI03:2026
Identity and Privilege Abuse
Identity and Privilege Abuse คือการที่ Agent ได้รับสิทธิ์ในการทำงานสูงเกินความจำเป็น หรือใช้บัญชีสิทธิ์สูงร่วมกัน ทำให้ผู้ใช้งานระดับทั่วไปสามารถสั่งการระบบระดับผู้ดูแล หรือเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้อื่นผ่านสิทธิ์ของ Agent ได้
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | Agent ได้รับสิทธิ์การเข้าถึงระบบที่สูงเกินไป หรือใช้ Service Account ร่วมกัน ทำให้คำขอจากผู้ใช้ทั่วไปสามารถเข้าถึงทรัพยากรระดับสูงผ่านตัวตนของ Agent ได้ |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์และข้ามขอบเขตข้อมูลระหว่างผู้เช่าผ่านตัวตนของ Agent ได้ |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | บังคับใช้สิทธิ์ตามตัวตนของผู้ใช้งานจริง |

ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม.
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์และข้ามขอบเขตข้อมูลระหว่างผู้เช่าผ่านตัวตนของ Agent ได้
แนวทางลดความเสี่ยง
- บังคับใช้สิทธิ์ตามตัวตนของผู้ใช้งานจริง
- ห้ามใช้ Service Account ที่มีสิทธิ์ Admin หรือ Root ร่วมกันทุกกรณี
- เพิกถอน Token การใช้งานเมื่อจบภารกิจ
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }ASI04:2026
Agentic Supply Chain Vulnerabilities
Agentic Supply Chain Vulnerabilities คือความเสี่ยงจากการนำ Agent, Plugin, Prompt Template หรือแพ็กเกจภายนอกที่ถูกวางยามาใช้งาน ซึ่งอาจถูกแอบฝังช่องทางหลังบ้านหรือโค้ดอันตรายเพื่อแอบส่งออกข้อมูลความลับ
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | การใช้งาน Agent, Plugin, Prompt Template หรือแพ็กเกจจากบุคคลที่สามที่ถูกวางยาหรือไม่มีการยืนยันแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | โค้ดหรือชุดคำสั่งอันตรายถูกฝังเข้าสู่ระบบ ทำให้ Agent มีพฤติกรรมแฝงและแอบส่งออกข้อมูล |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | จัดทำบัญชีรายการ Dependency และตรวจสอบลายเซ็นดิจิทัล |

ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม.
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
โค้ดหรือชุดคำสั่งอันตรายถูกฝังเข้าสู่ระบบ ทำให้ Agent มีพฤติกรรมแฝงและแอบส่งออกข้อมูล
แนวทางลดความเสี่ยง
- จัดทำบัญชีรายการ Dependency และตรวจสอบลายเซ็นดิจิทัล
- ประเมินความมั่นคงปลอดภัยของซัพพลายเออร์ก่อนนำ Agent มาเชื่อมต่อ
- สแกนช่องโหว่ของซอฟต์แวร์แวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }ASI05:2026
Unexpected Code Execution
Unexpected Code Execution เกิดจากการเปิดให้ Agent สร้างและรันสคริปต์ภาษา Python หรือคำสั่ง Shell บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์โดยตรงเพื่อแก้ปัญหา โดยไม่มีการจำกัดสภาพแวดล้อม ทำให้ผู้โจมตีแทรกคำสั่งเพื่อยึดเครื่องเซิร์ฟเวอร์ได้
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | Agent สร้างและรันสคริปต์ภาษา Python, Shell Command หรือคำสั่งฐานข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์โดยตรงเพื่อแก้ปัญหา โดยไม่มีการจำกัดสภาพแวดล้อมการทำงาน |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | ผู้โจมตีอาจควบคุมเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบ Remote Code Execution (RCE) และยึดระบบได้สมบูรณ์ |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | รันโค้ดที่สร้างขึ้นภายใน Sandbox หรือ Container ที่แยกเด็ดขาดและไม่มีสิทธิ์เข้าถึงเครือข่ายภายใน |

ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม.
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
ผู้โจมตีอาจควบคุมเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบ Remote Code Execution (RCE) และยึดระบบได้สมบูรณ์
แนวทางลดความเสี่ยง
- รันโค้ดที่สร้างขึ้นภายใน Sandbox หรือ Container ที่แยกเด็ดขาดและไม่มีสิทธิ์เข้าถึงเครือข่ายภายใน
- จำกัดระยะเวลาและทรัพยากรประมวลผลของการรันโค้ด
- ตรวจสอบคำสั่งระบบก่อนยินยอมให้ประมวลผล
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }ASI06:2026
Memory and Context Poisoning
Memory and Context Poisoning คือการฝังข้อมูลเท็จหรือคำสั่งอันตรายลงในหน่วยความจำระยะยาว หรือ Vector Database ของ Agent ทำให้ Agent จำข้อมูลผิดพลาดและนำข้อมูลที่ถูกวางยานั้นไปใช้ในการตัดสินใจในอนาคต
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | การฝังข้อมูลเท็จหรือคำสั่งแฝงลงใน Short-term Memory, Vector DB หรือ Long-term Knowledge Base ของ Agent เพื่อให้ Agent จำข้อมูลที่ผิดพลาดและใช้ตัดสินใจในอนาคต |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | Agent เกิดพฤติกรรมเอนเอียง ให้คำแนะนำผิดพลาด หรือปฏิบัติตามคำสั่งแฝงของผู้โจมตีในระยะยาว |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | ตรวจสอบความถูกต้องและสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลก่อนบันทึกลงใน Memory Store |

ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม.
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
Agent เกิดพฤติกรรมเอนเอียง ให้คำแนะนำผิดพลาด หรือปฏิบัติตามคำสั่งแฝงของผู้โจมตีในระยะยาว
แนวทางลดความเสี่ยง
- ตรวจสอบความถูกต้องและสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลก่อนบันทึกลงใน Memory Store
- แยกพื้นที่จัดเก็บหน่วยความจำระหว่างผู้ใช้งานอย่างเด็ดขาด
- ตรวจสอบคุณภาพและล้างข้อมูลเก่าที่ไม่ปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }ASI07:2026
Insecure Inter-Agent Communication
Insecure Inter-Agent Communication เกิดเมื่อการรับส่งข้อความและคำสั่งในระบบ Multi-Agent ขาดการพิสูจน์ตัวตนและการเข้ารหัสการสื่อสาร ทำให้ผู้โจมตีสามารถดักฟัง สวมรอยเป็น Agent หรือปลอมแปลงข้อความระหว่างทางได้
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | การรับส่งข้อความ คำสั่ง หรือผลลัพธ์ระหว่าง Multi-Agent Network ขาดการพิสูจน์ตัวตนและการปกป้องความถูกต้องสมบูรณ์ของข้อมูล |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | ผู้โจมตีอาจแอบสวมรอยเป็น Agent ปลายทาง ปลอมแปลงข้อความระหว่างทาง หรือแทรกคำสั่งอันตรายเข้าสู่เครือข่าย Agent |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | เข้ารหัสและยืนยันตัวตนทุกการสื่อสารระหว่าง Agent ด้วย mTLS หรือ Signed Tokens |

ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม.
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
ผู้โจมตีอาจแอบสวมรอยเป็น Agent ปลายทาง ปลอมแปลงข้อความระหว่างทาง หรือแทรกคำสั่งอันตรายเข้าสู่เครือข่าย Agent
แนวทางลดความเสี่ยง
- เข้ารหัสและยืนยันตัวตนทุกการสื่อสารระหว่าง Agent ด้วย mTLS หรือ Signed Tokens
- บังคับใช้ Schema ของข้อความระหว่าง Agent
- ตรวจสอบที่มาของ Agent ผู้ส่งก่อนเชื่อถือคำสั่ง
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }ASI08:2026
Cascading Failures
Cascading Failures คือความล้มเหลวแบบลูกโซ่ที่เกิดขึ้นเมื่อ Agent ตัวหนึ่งถูกโจมตีหรือทำงานผิดพลาด แล้วส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยัง Agent ตัวอื่นในเครือข่ายอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่มีระบบตัดวงจรทำงานฉุกเฉิน
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | ข้อผิดพลาด หรือการโจมตีใน Agent ตัวหนึ่ง ส่งผลกระทบกระจายไปยัง Agent ตัวอื่นในเครือข่ายอย่างรวดเร็วเนื่องจากขาดกลไกตัดวงจร (Circuit Breaker) |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | ระบบทั้งหมดหยุดทำงาน เกิดการใช้ทรัพยากรล้นเกิน หรือเกิดการลบและแก้ไขข้อมูลในวงกว้าง |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | กำหนดขีดจำกัดความลึกและจำนวนรอบการทำงานของ Agent |

ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม.
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
ระบบทั้งหมดหยุดทำงาน เกิดการใช้ทรัพยากรล้นเกิน หรือเกิดการลบและแก้ไขข้อมูลในวงกว้าง
แนวทางลดความเสี่ยง
- กำหนดขีดจำกัดความลึกและจำนวนรอบการทำงานของ Agent
- ติดตั้งกลไก Circuit Breaker ตัดการเชื่อมต่อทันทีเมื่อพบความผิดปกติ
- วางแผนรับมือเหตุการณ์หยุดชั่วคราวและกู้คืนระบบอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }ASI09:2026
Human-Agent Trust Exploitation
Human-Agent Trust Exploitation คือการที่ผู้โจมตีฉวยโอกาสจากความน่าเชื่อถือและการปฏิสัมพันธ์ที่สมจริงของ Agent มาล่อลวงผู้ใช้งานมนุษย์ให้เปิดเผยรหัสผ่าน ยืนยันธุรกรรมอันตราย หรือดาวน์โหลดไฟล์ที่เป็นภัย
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | ผู้โจมตีใช้ Agent ในการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดูน่าเชื่อถือ สมจริง และแนบเนียน เพื่อล่อลวงให้ผู้ใช้มนุษย์หลงเชื่อและทำตามคำสั่งที่ไม่ปลอดภัย |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | ผู้ใช้มนุษย์เปิดเผยรหัสผ่าน อนุมัติการโอนเงิน หรือดาวน์โหลดไฟล์อันตรายโดยไม่สงสัย |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | แสดงป้ายเตือนที่ชัดเจนว่ากำลังปฏิสัมพันธ์กับระบบ AI |

ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม.
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
ผู้ใช้มนุษย์เปิดเผยรหัสผ่าน อนุมัติการโอนเงิน หรือดาวน์โหลดไฟล์อันตรายโดยไม่สงสัย
แนวทางลดความเสี่ยง
- แสดงป้ายเตือนที่ชัดเจนว่ากำลังปฏิสัมพันธ์กับระบบ AI
- ยืนยันธุรกรรมสำคัญผ่านช่องทางภายนอกที่ไม่ผ่าน Agent
- อบรมความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้งาน
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }ASI10:2026
Rogue Agents
Rogue Agents เกิดขึ้นเมื่อ Agent ถูกยึดครอง เกิดตรรกะล้มเหลว หรือทำงานวนซ้ำอย่างไร้ขอบเขต โดยเบี่ยงเบนจากเป้าหมายเดิมและไม่สามารถควบคุมหรือสั่งหยุดได้ ทำให้ใช้ทรัพยากรคลาวด์มหาศาลและส่งผลกระทบต่อระบบอื่น
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | Agent ที่ถูกยึดครอง เบี่ยงเบนออกจากเป้าหมายเดิม หรือทำงานวนซ้ำอย่างไม่สิ้นสุดเนื่องจากตรรกะล้มเหลว โดยที่ทีมงานไม่สามารถติดตามหรือสั่งหยุดได้ |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | ทรัพยากรคลาวด์ถูกใช้งานจนล้น ค่าใช้จ่ายพุ่งสูง และเกิดการส่งทราฟฟิกก่อกวนระบบอื่น |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | ติดตั้งระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมและการตรวจจับความผิดปกติของ Agent แบบเรียลไทม์ |

ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม.
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
ทรัพยากรคลาวด์ถูกใช้งานจนล้น ค่าใช้จ่ายพุ่งสูง และเกิดการส่งทราฟฟิกก่อกวนระบบอื่น
แนวทางลดความเสี่ยง
- ติดตั้งระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมและการตรวจจับความผิดปกติของ Agent แบบเรียลไทม์
- มีปุ่มหยุดฉุกเฉิน (Emergency Kill Switch) เพื่อยกเลิกสิทธิ์และกระบวนการทำงานของ Agent ทันที
- กำหนดขีดจำกัดงบประมาณและเวลาการทำงานสูงสุดต่อภารกิจ
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }เครื่องมือประเมินความพร้อม
คลิกเลือกรายการที่องค์กรของท่านได้ดำเนินการแล้ว เพื่อคำนวณระดับความพร้อมเบื้องต้น
