OWASP Top 10 สำหรับแอปพลิเคชัน Agentic ฉบับปี 2026
สรุป 10 หมวดความเสี่ยงสำคัญตามมาตรฐาน OWASP Top 10 for Agentic Applications:2026 ครอบคลุมการตัดสินใจอัตโนมัติของ AI Agent การเรียกใช้คำสั่ง ขอบเขตสิทธิ์ และระบบ Multi-Agent
อ้างอิงตามกรอบ OWASP ฉบับปี 2026 โดยระบุชื่อหมวดความเสี่ยงตามเอกสารทางการ
ASI01:2026
Agent Goal Hijack
Agent Goal Hijack เกิดขึ้นเมื่อผู้โจมตีฝังคำสั่งล่อลวงไว้ในข้อมูลภายนอก หน้าเว็บ หรือระบบค้นคืนข้อมูล RAG เพื่อชักจูงให้ Agent เบี่ยงเบนจากเป้าหมายที่ได้รับมอบหมาย ไปทำตามวัตถุประสงค์แฝงของผู้โจมตี เช่น สั่งให้แอบโอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลลับ
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | ข้อมูลนำเข้าหรือ Context จากระบบ RAG ถูกแทรกคำสั่งอันตรายเพื่อบิดเบือนเป้าหมายและตรรกะการตัดสินใจของ Agent ทำให้ละทิ้งภารกิจเดิมแล้วไปทำตามเป้าหมายแฝงของผู้โจมตี |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | Agent อาจถูกควบคุมให้เปิดเผยข้อมูลความลับ ดำเนินการอนุมัติธุรกรรมโดยมิชอบ หรือทำลายข้อมูลสำคัญในระบบ |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | บังคับใช้การประเมินสิทธิ์และจำกัดขอบเขตเป้าหมายในระดับแอปพลิเคชัน |

แยกข้อมูลภายนอกจากคำสั่งหลักของระบบอย่างเด็ดขาด กำหนดให้มีการอนุมัติจากมนุษย์สำหรับเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูง
- จุดเริ่มโจมตี — เอกสารหรือผลจาก Tool แฝงคำสั่งเปลี่ยนภารกิจ
- จุดที่ความเชื่อถือผิดพลาด — ข้อมูลนำเข้าหรือ Context จากระบบ RAG ถูกแทรกคำสั่งอันตรายเพื่อบิดเบือนเป้าหมายและตรรกะการตัดสินใจของ Agent ทำให้ละทิ้งภารกิจเดิมแล้วไปทำตามเป้าหมายแฝงของผู้โจมตี
- ผลกระทบ — Agent อาจถูกควบคุมให้เปิดเผยข้อมูลความลับ ดำเนินการอนุมัติธุรกรรมโดยมิชอบ หรือทำลายข้อมูลสำคัญในระบบ
- มาตรการลดความเสี่ยง — บังคับใช้การประเมินสิทธิ์และจำกัดขอบเขตเป้าหมายในระดับแอปพลิเคชัน
ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
Agent อาจถูกควบคุมให้เปิดเผยข้อมูลความลับ ดำเนินการอนุมัติธุรกรรมโดยมิชอบ หรือทำลายข้อมูลสำคัญในระบบ
แนวทางลดความเสี่ยง
- บังคับใช้การประเมินสิทธิ์และจำกัดขอบเขตเป้าหมายในระดับแอปพลิเคชัน
- แยกข้อมูลภายนอกจากคำสั่งหลักของระบบอย่างเด็ดขาด
- กำหนดให้มีการอนุมัติจากมนุษย์สำหรับเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูง
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }ASI02:2026
Tool Misuse and Exploitation
Tool Misuse and Exploitation เกิดเมื่อ Agent ได้รับสิทธิ์เชื่อมต่อกับเครื่องมือ หรือ API ภายนอก โดยขาดการตรวจสอบและจำกัดขอบเขตของพารามิเตอร์ จนถูกหลอกให้สั่งงานฟังก์ชันอันตราย เช่น ลบข้อมูล หรือส่งคำสั่งไปยังระบบสารสนเทศภายใน
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | Agent ถูกหลอกให้เรียกใช้ฟังก์ชันหรือเครื่องมือภายนอกอย่างผิดวิธี เช่น เรียกใช้ API ลบข้อมูล หรือส่งคำสั่งฐานข้อมูลโดยไม่มีการตรวจสอบพารามิเตอร์อย่างรัดกุม |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | ผู้โจมตีสามารถใช้สิทธิ์ของ Agent ในการสั่งงานระบบสารสนเทศภายใน หรือส่งออกข้อมูลความลับออกไปภายนอก |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | กำหนด Schema ของพารามิเตอร์อย่างเข้มงวดและปฏิเสธค่าที่ไม่คาดคิด |

ใช้หลัก Least Privilege ในการให้สิทธิ์เครื่องมือแก่ Agent บันทึก Audit Log ทุกครั้งที่มีการเรียกใช้เครื่องมือ
- จุดเริ่มโจมตี — คำขอทำให้ Agent เรียก Tool ด้วยพารามิเตอร์อันตราย
- จุดที่ความเชื่อถือผิดพลาด — Agent ถูกหลอกให้เรียกใช้ฟังก์ชันหรือเครื่องมือภายนอกอย่างผิดวิธี เช่น เรียกใช้ API ลบข้อมูล หรือส่งคำสั่งฐานข้อมูลโดยไม่มีการตรวจสอบพารามิเตอร์อย่างรัดกุม
- ผลกระทบ — ผู้โจมตีสามารถใช้สิทธิ์ของ Agent ในการสั่งงานระบบสารสนเทศภายใน หรือส่งออกข้อมูลความลับออกไปภายนอก
- มาตรการลดความเสี่ยง — กำหนด Schema ของพารามิเตอร์อย่างเข้มงวดและปฏิเสธค่าที่ไม่คาดคิด
ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
ผู้โจมตีสามารถใช้สิทธิ์ของ Agent ในการสั่งงานระบบสารสนเทศภายใน หรือส่งออกข้อมูลความลับออกไปภายนอก
แนวทางลดความเสี่ยง
- กำหนด Schema ของพารามิเตอร์อย่างเข้มงวดและปฏิเสธค่าที่ไม่คาดคิด
- ใช้หลัก Least Privilege ในการให้สิทธิ์เครื่องมือแก่ Agent
- บันทึก Audit Log ทุกครั้งที่มีการเรียกใช้เครื่องมือ
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }ASI03:2026
Identity and Privilege Abuse
Identity and Privilege Abuse คือการที่ Agent ได้รับสิทธิ์ในการทำงานสูงเกินความจำเป็น หรือใช้บัญชีสิทธิ์สูงร่วมกัน ทำให้ผู้ใช้งานระดับทั่วไปสามารถสั่งการระบบระดับผู้ดูแล หรือเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้อื่นผ่านสิทธิ์ของ Agent ได้
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | Agent ได้รับสิทธิ์การเข้าถึงระบบที่สูงเกินไป หรือใช้ Service Account ร่วมกัน ทำให้คำขอจากผู้ใช้ทั่วไปสามารถเข้าถึงทรัพยากรระดับสูงผ่านตัวตนของ Agent ได้ |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์และข้ามขอบเขตข้อมูลระหว่าง Tenant ผ่านตัวตนของ Agent ได้ |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | บังคับใช้สิทธิ์ตามตัวตนของผู้ใช้งานจริง |

ห้ามใช้ Service Account ที่มีสิทธิ์ Admin หรือ Root ร่วมกันทุกกรณี เพิกถอน Token การใช้งานเมื่อจบภารกิจ
- จุดเริ่มโจมตี — คำขอสิทธิ์ต่ำถูกส่งผ่านตัวตน Agent ที่มีสิทธิ์สูง
- จุดที่ความเชื่อถือผิดพลาด — Agent ได้รับสิทธิ์การเข้าถึงระบบที่สูงเกินไป หรือใช้ Service Account ร่วมกัน ทำให้คำขอจากผู้ใช้ทั่วไปสามารถเข้าถึงทรัพยากรระดับสูงผ่านตัวตนของ Agent ได้
- ผลกระทบ — ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์และข้ามขอบเขตข้อมูลระหว่าง Tenant ผ่านตัวตนของ Agent ได้
- มาตรการลดความเสี่ยง — บังคับใช้สิทธิ์ตามตัวตนของผู้ใช้งานจริง
ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์และข้ามขอบเขตข้อมูลระหว่าง Tenant ผ่านตัวตนของ Agent ได้
แนวทางลดความเสี่ยง
- บังคับใช้สิทธิ์ตามตัวตนของผู้ใช้งานจริง
- ห้ามใช้ Service Account ที่มีสิทธิ์ Admin หรือ Root ร่วมกันทุกกรณี
- เพิกถอน Token การใช้งานเมื่อจบภารกิจ
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }ASI04:2026
Agentic Supply Chain Vulnerabilities
Agent โหลด Plugin, Model, Agent Card หรือ MCP/A2A ที่ถูกดัดแปลงระหว่างทำงาน เปิดใช้ส่วนประกอบภายนอกโดยไม่ตรวจที่มา ความครบถ้วน หรือหลักฐานรับรอง
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | เปิดใช้ส่วนประกอบภายนอกโดยไม่ตรวจที่มา ความครบถ้วน หรือหลักฐานรับรอง |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | ส่วนประกอบที่ไม่น่าเชื่อถืออาจแทรกคำสั่ง ขโมยข้อมูล หรือส่งต่อความเสียหาย |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | กำหนดรายการและรุ่นของส่วนประกอบที่อนุญาตให้โหลดระหว่างทำงาน |

อนุญาตเฉพาะรายการและรุ่นที่กำหนด ตรวจลายเซ็นและหลักฐานรับรองก่อนเปิดใช้
- จุดเริ่มโจมตี — Agent โหลด Plugin, Model, Agent Card หรือ MCP/A2A ที่ถูกดัดแปลงระหว่างทำงาน
- จุดที่ความเชื่อถือผิดพลาด — เปิดใช้ส่วนประกอบภายนอกโดยไม่ตรวจที่มา ความครบถ้วน หรือหลักฐานรับรอง
- ผลกระทบ — ส่วนประกอบที่ไม่น่าเชื่อถืออาจแทรกคำสั่ง ขโมยข้อมูล หรือส่งต่อความเสียหาย
- มาตรการลดความเสี่ยง — อนุญาตเฉพาะรายการและรุ่นที่กำหนด ตรวจลายเซ็นและหลักฐานรับรองก่อนเปิดใช้
ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
ส่วนประกอบที่ไม่น่าเชื่อถืออาจแทรกคำสั่ง ขโมยข้อมูล หรือส่งต่อความเสียหาย
แนวทางลดความเสี่ยง
- กำหนดรายการและรุ่นของส่วนประกอบที่อนุญาตให้โหลดระหว่างทำงาน
- ตรวจที่มา ลายเซ็น และหลักฐานรับรองก่อนเปิดใช้
- ติดตามความครบถ้วนระหว่างทำงานและเพิกถอน Tool หรือการเชื่อมต่อที่ถูกยึด
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }ASI05:2026
Unexpected Code Execution
Unexpected Code Execution เกิดจากการเปิดให้ Agent สร้างและรันสคริปต์ภาษา Python หรือคำสั่ง Shell บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์โดยตรงเพื่อแก้ปัญหา โดยไม่มีการจำกัดสภาพแวดล้อม ทำให้ผู้โจมตีแทรกคำสั่งเพื่อยึดเครื่องเซิร์ฟเวอร์ได้
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | Agent สร้างและรันสคริปต์ภาษา Python, Shell Command หรือคำสั่งฐานข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์โดยตรงเพื่อแก้ปัญหา โดยไม่มีการจำกัดสภาพแวดล้อมการทำงาน |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | ผู้โจมตีอาจควบคุมเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบ Remote Code Execution (RCE) และยึดระบบได้สมบูรณ์ |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | รันโค้ดที่สร้างขึ้นภายใน Sandbox หรือ Container ที่แยกเด็ดขาดและไม่มีสิทธิ์เข้าถึงเครือข่ายภายใน |

จำกัดระยะเวลาและทรัพยากรประมวลผลของการรันโค้ด ตรวจสอบคำสั่งระบบก่อนยินยอมให้ประมวลผล
- จุดเริ่มโจมตี — ข้อมูลภายนอกชักนำให้สร้างและรันโค้ดที่ไม่เชื่อถือ
- จุดที่ความเชื่อถือผิดพลาด — Agent สร้างและรันสคริปต์ภาษา Python, Shell Command หรือคำสั่งฐานข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์โดยตรงเพื่อแก้ปัญหา โดยไม่มีการจำกัดสภาพแวดล้อมการทำงาน
- ผลกระทบ — โค้ดที่ไม่เชื่อถือทำงานด้วยสิทธิ์ของกระบวนการ และอาจกระทบข้อมูลหรือระบบ
- มาตรการลดความเสี่ยง — รันโค้ดที่สร้างขึ้นภายใน Sandbox หรือ Container ที่แยกเด็ดขาดและไม่มีสิทธิ์เข้าถึงเครือข่ายภายใน
ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
ผู้โจมตีอาจควบคุมเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบ Remote Code Execution (RCE) และยึดระบบได้สมบูรณ์
แนวทางลดความเสี่ยง
- รันโค้ดที่สร้างขึ้นภายใน Sandbox หรือ Container ที่แยกเด็ดขาดและไม่มีสิทธิ์เข้าถึงเครือข่ายภายใน
- จำกัดระยะเวลาและทรัพยากรประมวลผลของการรันโค้ด
- ตรวจสอบคำสั่งระบบก่อนยินยอมให้ประมวลผล
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }ASI06:2026
Memory & Context Poisoning
Memory and Context Poisoning คือการฝังข้อมูลเท็จหรือคำสั่งอันตรายลงในหน่วยความจำระยะยาว หรือ Vector Database ของ Agent ทำให้ Agent จำข้อมูลผิดพลาดและนำข้อมูลที่ถูกวางยานั้นไปใช้ในการตัดสินใจในอนาคต
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | การฝังข้อมูลเท็จหรือคำสั่งแฝงลงใน Short-term Memory, Vector DB หรือ Long-term Knowledge Base ของ Agent เพื่อให้ Agent จำข้อมูลที่ผิดพลาดและใช้ตัดสินใจในอนาคต |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | Agent เกิดพฤติกรรมเอนเอียง ให้คำแนะนำผิดพลาด หรือปฏิบัติตามคำสั่งแฝงของผู้โจมตีในระยะยาว |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | ตรวจสอบความถูกต้องและสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลก่อนบันทึกลงใน Memory Store |

แยกพื้นที่จัดเก็บหน่วยความจำระหว่างผู้ใช้งานอย่างเด็ดขาด ตรวจสอบคุณภาพและล้างข้อมูลเก่าที่ไม่ปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
- จุดเริ่มโจมตี — ข้อมูลเท็จถูกบันทึกไว้ใน Memory หรือฐานความรู้
- จุดที่ความเชื่อถือผิดพลาด — การฝังข้อมูลเท็จหรือคำสั่งแฝงลงใน Short-term Memory, Vector DB หรือ Long-term Knowledge Base ของ Agent เพื่อให้ Agent จำข้อมูลที่ผิดพลาดและใช้ตัดสินใจในอนาคต
- ผลกระทบ — Agent เกิดพฤติกรรมเอนเอียง ให้คำแนะนำผิดพลาด หรือปฏิบัติตามคำสั่งแฝงของผู้โจมตีในระยะยาว
- มาตรการลดความเสี่ยง — ตรวจสอบความถูกต้องและสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลก่อนบันทึกลงใน Memory Store
ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
Agent เกิดพฤติกรรมเอนเอียง ให้คำแนะนำผิดพลาด หรือปฏิบัติตามคำสั่งแฝงของผู้โจมตีในระยะยาว
แนวทางลดความเสี่ยง
- ตรวจสอบความถูกต้องและสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลก่อนบันทึกลงใน Memory Store
- แยกพื้นที่จัดเก็บหน่วยความจำระหว่างผู้ใช้งานอย่างเด็ดขาด
- ตรวจสอบคุณภาพและล้างข้อมูลเก่าที่ไม่ปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }ASI07:2026
Insecure Inter-Agent Communication
Insecure Inter-Agent Communication เกิดเมื่อการรับส่งข้อความและคำสั่งในระบบ Multi-Agent ขาดการพิสูจน์ตัวตนและการเข้ารหัสการสื่อสาร ทำให้ผู้โจมตีสามารถดักฟัง สวมรอยเป็น Agent หรือปลอมแปลงข้อความระหว่างทางได้
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | การรับส่งข้อความ คำสั่ง หรือผลลัพธ์ระหว่าง Multi-Agent Network ขาดการพิสูจน์ตัวตนและการปกป้องความถูกต้องสมบูรณ์ของข้อมูล |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | ผู้โจมตีอาจแอบสวมรอยเป็น Agent ปลายทาง ปลอมแปลงข้อความระหว่างทาง หรือแทรกคำสั่งอันตรายเข้าสู่เครือข่าย Agent |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | เข้ารหัสช่องทางด้วย mTLS หรือ TLS พร้อมตรวจลายเซ็นข้อความและตัวตนผู้ส่ง |

บังคับใช้ Schema ของข้อความระหว่าง Agent ตรวจสอบที่มาของ Agent ผู้ส่งก่อนเชื่อถือคำสั่ง
- จุดเริ่มโจมตี — ข้อความจาก Agent ปลอมหรือถูกแก้ไขระหว่างทาง
- จุดที่ความเชื่อถือผิดพลาด — การรับส่งข้อความ คำสั่ง หรือผลลัพธ์ระหว่าง Multi-Agent Network ขาดการพิสูจน์ตัวตนและการปกป้องความถูกต้องสมบูรณ์ของข้อมูล
- ผลกระทบ — ผู้โจมตีอาจแอบสวมรอยเป็น Agent ปลายทาง ปลอมแปลงข้อความระหว่างทาง หรือแทรกคำสั่งอันตรายเข้าสู่เครือข่าย Agent
- มาตรการลดความเสี่ยง — เข้ารหัสช่องทางด้วย mTLS หรือ TLS พร้อมตรวจลายเซ็นข้อความและตัวตนผู้ส่ง
ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
ผู้โจมตีอาจแอบสวมรอยเป็น Agent ปลายทาง ปลอมแปลงข้อความระหว่างทาง หรือแทรกคำสั่งอันตรายเข้าสู่เครือข่าย Agent
แนวทางลดความเสี่ยง
- เข้ารหัสช่องทางด้วย mTLS หรือ TLS พร้อมตรวจลายเซ็นข้อความและตัวตนผู้ส่ง
- บังคับใช้ Schema ของข้อความระหว่าง Agent
- ตรวจสอบที่มาของ Agent ผู้ส่งก่อนเชื่อถือคำสั่ง
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }ASI08:2026
Cascading Failures
Planner, Tool, Memory หรือ Agent อื่นส่งข้อมูลผิดพลาดหรือถูกวางยา การมอบหมายงาน การลองซ้ำ และ Feedback Loop ส่งต่อข้อผิดพลาดโดยไม่แยกความเสียหาย
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | การมอบหมายงาน การลองซ้ำ และ Feedback Loop ส่งต่อข้อผิดพลาดโดยไม่แยกความเสียหาย |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | ข้อผิดพลาดขยายข้าม Agent หรือ Workflow จนอาจทำให้บริการล่ม ข้อมูลเสียหาย หรือใช้สิทธิ์อย่างไม่ปลอดภัย |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | แยกขอบเขตความเสียหายและให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น |

แยกขอบเขตความเสียหาย ตรวจผลก่อนส่งต่อ และใช้ Circuit Breaker กับขีดจำกัดการกระจายงาน
- จุดเริ่มโจมตี — Planner, Tool, Memory หรือ Agent อื่นส่งข้อมูลผิดพลาดหรือถูกวางยา
- จุดที่ความเชื่อถือผิดพลาด — การมอบหมายงาน การลองซ้ำ และ Feedback Loop ส่งต่อข้อผิดพลาดโดยไม่แยกความเสียหาย
- ผลกระทบ — ข้อผิดพลาดขยายข้าม Agent หรือ Workflow จนอาจทำให้บริการล่ม ข้อมูลเสียหาย หรือใช้สิทธิ์อย่างไม่ปลอดภัย
- มาตรการลดความเสี่ยง — แยกขอบเขตความเสียหาย ตรวจผลก่อนส่งต่อ และใช้ Circuit Breaker กับขีดจำกัดการกระจายงาน
ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
ข้อผิดพลาดขยายข้าม Agent หรือ Workflow จนอาจทำให้บริการล่ม ข้อมูลเสียหาย หรือใช้สิทธิ์อย่างไม่ปลอดภัย
แนวทางลดความเสี่ยง
- แยกขอบเขตความเสียหายและให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น
- ตรวจผลลัพธ์และการกระทำสำคัญก่อนส่งต่อให้ระบบถัดไป
- ใช้ Circuit Breaker, Quota และขีดจำกัดการกระจายงานเพื่อควบคุมผลกระทบ
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }ASI09:2026
Human-Agent Trust Exploitation
Human-Agent Trust Exploitation คือการที่ผู้โจมตีฉวยโอกาสจากความน่าเชื่อถือและการปฏิสัมพันธ์ที่สมจริงของ Agent มาล่อลวงผู้ใช้งานมนุษย์ให้เปิดเผยรหัสผ่าน ยืนยันธุรกรรมอันตราย หรือดาวน์โหลดไฟล์ที่เป็นภัย
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | ผู้โจมตีใช้ Agent ในการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดูน่าเชื่อถือ สมจริง และแนบเนียน เพื่อล่อลวงให้ผู้ใช้มนุษย์หลงเชื่อและทำตามคำสั่งที่ไม่ปลอดภัย |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | ผู้ใช้มนุษย์เปิดเผยรหัสผ่าน อนุมัติการโอนเงิน หรือดาวน์โหลดไฟล์อันตรายโดยไม่สงสัย |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | แสดงป้ายเตือนที่ชัดเจนว่ากำลังปฏิสัมพันธ์กับระบบ AI |

ยืนยันธุรกรรมสำคัญผ่านช่องทางภายนอกที่ไม่ผ่าน Agent อบรมความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้งาน
- จุดเริ่มโจมตี — คำแนะนำที่ดูน่าเชื่อถือชักนำมนุษย์ให้อนุมัติงานเสี่ยง
- จุดที่ความเชื่อถือผิดพลาด — ผู้โจมตีใช้ Agent ในการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดูน่าเชื่อถือ สมจริง และแนบเนียน เพื่อล่อลวงให้ผู้ใช้มนุษย์หลงเชื่อและทำตามคำสั่งที่ไม่ปลอดภัย
- ผลกระทบ — ผู้ใช้มนุษย์เปิดเผยรหัสผ่าน อนุมัติการโอนเงิน หรือดาวน์โหลดไฟล์อันตรายโดยไม่สงสัย
- มาตรการลดความเสี่ยง — แสดงป้ายเตือนที่ชัดเจนว่ากำลังปฏิสัมพันธ์กับระบบ AI
ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
ผู้ใช้มนุษย์เปิดเผยรหัสผ่าน อนุมัติการโอนเงิน หรือดาวน์โหลดไฟล์อันตรายโดยไม่สงสัย
แนวทางลดความเสี่ยง
- แสดงป้ายเตือนที่ชัดเจนว่ากำลังปฏิสัมพันธ์กับระบบ AI
- ยืนยันธุรกรรมสำคัญผ่านช่องทางภายนอกที่ไม่ผ่าน Agent
- อบรมความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้งาน
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }ASI10:2026
Rogue Agents
Agent ที่ถูกยึดหรือเบี่ยงเบนเริ่มทำตามเป้าหมายแฝง แม้แต่ละคำสั่งดูถูกต้อง ระบบกำกับดูแลตรวจไม่พบหรือควบคุมพฤติกรรมที่เบี่ยงจากหน้าที่และขอบเขตไม่ได้
| สิ่งที่อาจผิดพลาด | ระบบกำกับดูแลตรวจไม่พบหรือควบคุมพฤติกรรมที่เบี่ยงจากหน้าที่และขอบเขตไม่ได้ |
|---|---|
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | Agent อาจเปิดเผยข้อมูล บิดเบือนข่าวสาร ยึด Workflow ก่อวินาศกรรม สมรู้ร่วมคิด หรือสร้างสำเนาตนเอง |
| จุดควบคุมแรกที่ควรตรวจ | ยืนยันตัวตน Agent พร้อม Tool เป้าหมายและพฤติกรรมที่ประกาศไว้ |

ยืนยันตัวตนและพฤติกรรมที่ประกาศ เฝ้าดูความเบี่ยงเบน และเตรียมกักกัน เพิกถอนสิทธิ์ กับ Kill Switch
- จุดเริ่มโจมตี — Agent ที่ถูกยึดหรือเบี่ยงเบนเริ่มทำตามเป้าหมายแฝง แม้แต่ละคำสั่งดูถูกต้อง
- จุดที่ความเชื่อถือผิดพลาด — ระบบกำกับดูแลตรวจไม่พบหรือควบคุมพฤติกรรมที่เบี่ยงจากหน้าที่และขอบเขตไม่ได้
- ผลกระทบ — Agent อาจเปิดเผยข้อมูล บิดเบือนข่าวสาร ยึด Workflow ก่อวินาศกรรม สมรู้ร่วมคิด หรือสร้างสำเนาตนเอง
- มาตรการลดความเสี่ยง — ยืนยันตัวตนและพฤติกรรมที่ประกาศ เฝ้าดูความเบี่ยงเบน และเตรียมกักกัน เพิกถอนสิทธิ์ กับ Kill Switch
ภาพเปรียบเทียบเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยกับจุดควบคุมที่ตัดเส้นทางนั้น กดภาพเพื่อดูขนาดเต็ม
ผลกระทบที่ควรพิจารณา
Agent อาจเปิดเผยข้อมูล บิดเบือนข่าวสาร ยึด Workflow ก่อวินาศกรรม สมรู้ร่วมคิด หรือสร้างสำเนาตนเอง
แนวทางลดความเสี่ยง
- ยืนยันตัวตน Agent พร้อม Tool เป้าหมายและพฤติกรรมที่ประกาศไว้
- ติดตามพฤติกรรมที่เบี่ยงจากข้อกำหนดและการกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง
- เตรียมกักกัน เพิกถอนข้อมูลยืนยันตัวตน และหยุด Agent ได้รวดเร็ว
ตัวอย่างโค้ดภาษา Go ที่พัฒนาเว็บด้วย Fiber v3
// ตัวอย่างที่มีช่องโหว่: trust request-controlled target
app.Get("/records/:id", func(c fiber.Ctx) error {
return c.JSON(repo.Find(c.Params("id")))
})
// ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: authorize server-side
if !policy.CanRead(c.Locals("principal"), id) { return fiber.ErrForbidden }เครื่องมือประเมินความพร้อม
คลิกเลือกรายการที่องค์กรของท่านได้ดำเนินการแล้ว เพื่อคำนวณระดับความพร้อมเบื้องต้น