# แนวทางเตรียมความพร้อมสำหรับยุคควอนตัมของ สกมช.

Locale: `th`

Source: `/th/compliance/ncsa-post-quantum-readiness/`

Summary: แนวทางเตรียมความพร้อมยุคควอนตัม สกมช. ประเมินความเสี่ยงด้วยโมเดล Mosca จัดทำบัญชีสินทรัพย์รหัสลับ และวางแผนเปลี่ยนผ่าน PQC

สารบัญ

1. [ภาพรวม](/th/compliance/ncsa-post-quantum-readiness/#topic-overview)
2. [ขอบเขตและความเสี่ยงที่ต้องเริ่มประเมิน](/th/compliance/ncsa-post-quantum-readiness/#scope-and-quantum-risk)
3. [ประเมินความเสี่ยงและกรอบเวลาด้วยโมเดล Mosca](/th/compliance/ncsa-post-quantum-readiness/#mosca-risk-model)
4. [PQC, QKD และสถาปัตยกรรมแบบผสม](/th/compliance/ncsa-post-quantum-readiness/#technology-and-transition)
5. [Roadmap 7 ขั้นตอนและการขับเคลื่อนในองค์กร](/th/compliance/ncsa-post-quantum-readiness/#readiness-roadmap)
6. [ตารางเปรียบเทียบข้อกำหนด](/th/compliance/ncsa-post-quantum-readiness/#compliance-matrix)
7. [วางแผนเปลี่ยนผ่าน PQC จากสินทรัพย์จริง](/th/compliance/ncsa-post-quantum-readiness/#pqc-technical-guide)
8. [ประเมินความพร้อม](/th/compliance/ncsa-post-quantum-readiness/#compliance-readiness-checklist)
9. [ตรวจสอบความพร้อม PQC ฟรี](/th/compliance/ncsa-post-quantum-readiness/#pqc-readiness-tool-heading)
10. [คำถามที่พบบ่อย](/th/compliance/ncsa-post-quantum-readiness/#compliance-faq)
11. [หัวข้อที่เกี่ยวข้อง](/th/compliance/ncsa-post-quantum-readiness/#related-compliance-frameworks)

# แนวทางเตรียมความพร้อมสำหรับยุคควอนตัมของ สกมช.

สรุปคำแนะนำเรื่องแนวทางการปฏิบัติการเตรียมความพร้อมสำหรับยุคควอนตัม (Guidelines for Post-Quantum Readiness) ของ สกมช. สำหรับหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศที่ประมวลผลข้อมูลความลับ โดยเน้นการประเมินความเสี่ยงด้วยโมเดล Mosca การจัดทำบัญชีสินทรัพย์สารสนเทศสองเสาหลัก และการวางแผนเปลี่ยนผ่านระบบรหัสลับอย่างเป็นรูปธรรม

สรุปภาพรวมข้อกำหนด

กลุ่มเป้าหมายที่บังคับใช้

หน่วยงานรัฐและหน่วยงาน CII ที่ประมวลผลข้อมูลลับผ่านระบบสารสนเทศ ตามคำแนะนำของ สกมช. (ไม่ใช่ประกาศกำหนดหน้าที่)

ความถี่ในการทดสอบ

ตาม Roadmap 7 ขั้นตอนของเอกสาร ไม่ใช่ข้อบังคับรายปี

ขอบเขตการทดสอบ

ระบบรหัสลับแบบกุญแจสาธารณะ, IT Asset Inventory, Crypto Assets Inventory, PQC, QKD และแนวทางแบบผสม

ความเสี่ยงหากไม่ปฏิบัติตาม

Harvest Now Decrypt Later เมื่อข้อมูลต้องคงความลับนานกว่าเวลาที่ระบบรหัสลับปัจจุบันยังทนทาน

## ขอบเขตและความเสี่ยงที่ต้องเริ่มประเมิน

คำแนะนำฉบับนี้กำหนดกรอบการปฏิบัติสำหรับหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) ที่ประมวลผลข้อมูลความลับผ่านระบบสารสนเทศ โดยไม่ได้เป็นประกาศบังคับทางกฎหมาย แต่เป็นแนวทางเตรียมการเชิงรุก

[![ข้อมูลใดต้องเตรียมรับความเสี่ยงควอนตัมก่อน: ข้อมูลที่ต้องเป็นความลับนาน, Harvest Now, Decrypt Later, ระบบที่พึ่งพารหัสลับ, อายุระบบและข้อจำกัด, จัดลำดับความเร่งด่วน](/assets/compliance/guide-ncsa-post-quantum-readiness-scope-and-quantum-risk-th-v1.webp)](/assets/compliance/guide-ncsa-post-quantum-readiness-scope-and-quantum-risk-th-v1.webp)

**ข้อมูลใดต้องเตรียมรับความเสี่ยงควอนตัมก่อน**

ให้ความสำคัญกับข้อมูลอายุยาวและระบบที่เปลี่ยนรหัสลับได้ยากก่อน

- **ข้อมูลที่ต้องเป็นความลับนาน** — ระบุ Security Shelf Life
- **Harvest Now, Decrypt Later** — พิจารณาข้อมูลที่อาจถูกเก็บวันนี้
- **ระบบที่พึ่งพารหัสลับ** — ระบุ Algorithm, Protocol, Certificate และ Key
- **อายุระบบและข้อจำกัด** — พิจารณา Hardware, Software และ Supplier
- **จัดลำดับความเร่งด่วน** — เทียบอายุข้อมูลกับเวลาและความยากในการเปลี่ยนผ่าน

- ระบบรหัสลับแบบกุญแจสาธารณะในปัจจุบัน เช่น RSA, ECC และ Diffie-Hellman มีความเสี่ยงที่จะถูกทำลายความปลอดภัยอย่างสิ้นเชิงด้วย Shor's Algorithm บนคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาดใหญ่ ส่งผลกระทบต่อกระบวนการแลกเปลี่ยนกุญแจ การลงลายมือชื่อดิจิทัล และการยืนยันตัวตนในระบบเครือข่าย
- ภัยคุกคาม Harvest Now, Decrypt Later เป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงแล้วในปัจจุบัน โดยผู้โจมตีสามารถดักรับและจัดเก็บข้อมูลการสื่อสารที่เข้ารหัสลับไว้ล่วงหน้า เพื่อรอถอดรหัสลับย้อนหลังเมื่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีขีดความสามารถพัฒนาขึ้นสำเร็จในอนาคต เช่นเดียวกับบทเรียนในอดีตของโครงการ Venona
- ระบบรหัสลับแบบกุญแจสมมาตร เช่น AES ได้รับผลกระทบจาก Grover's Algorithm ในระดับที่เบากว่า โดยความปลอดภัยลดลงกึ่งหนึ่ง ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการเพิ่มขนาดกุญแจรหัสลับเป็นสองเท่า เช่น ขยับจาก AES-128 ไปใช้ AES-256 และปรับฟังก์ชันแฮชไปใช้ SHA-384 หรือ SHA-512
- องค์กรต้องจัดลำดับความสำคัญของข้อมูลที่มีอายุการเก็บรักษาความลับยาวนานกว่า 10 ปี เช่น ข้อมูลเวชระเบียน ข้อมูลความลับทางการค้า ข้อมูลธุรกรรมการเงิน และข้อมูลความมั่นคง เพื่อวางแผนป้องกันเป็นลำดับแรก

## ประเมินความเสี่ยงและกรอบเวลาด้วยโมเดล Mosca

ดร. มิเคเล มอสกา เสนอกรอบการประเมินความเร่งด่วนในการเปลี่ยนผ่านระบบรหัสลับ ซึ่ง สกมช. นำมากำหนดเป็นโมเดลหลัก เพื่อคำนวณว่าองค์กรตกอยู่ในภาวะความเสี่ยงแล้วหรือไม่

[![เมื่อใดต้องเร่งเปลี่ยนระบบรหัสลับ: X เวลาเปลี่ยนผ่าน, Y อายุความลับของข้อมูล, Z เวลาก่อนภัยควอนตัม, X + Y \> Z](/assets/compliance/pqc-mosca-th-v1.webp)](/assets/compliance/pqc-mosca-th-v1.webp)

**เมื่อใดต้องเร่งเปลี่ยนระบบรหัสลับ**

ใช้ X และ Y เทียบกับ Z เพื่อประเมินความเร่งด่วน ค่านี้เป็นการประเมินขององค์กร ไม่ใช่วันที่แน่นอนที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะโจมตีได้

- **X เวลาเปลี่ยนผ่าน** — เวลาที่ใช้ปรับระบบให้พร้อม
- **Y อายุความลับของข้อมูล** — เวลาที่ข้อมูลยังต้องปลอดภัย
- **Z เวลาก่อนภัยควอนตัม** — เวลาจนภัยคุกคามใช้งานได้จริง
- **X + Y \> Z** — ต้องเริ่มวางแผนทันที

- สมการประเมินความเสี่ยงตามโมเดล Mosca กำหนดเงื่อนไขวิกฤตไว้ว่า หากผลรวมของระยะเวลาเตรียมความพร้อมและระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลยาวนานกว่าระยะเวลาก่อนเกิดภัยคุกคาม หรือเขียนในรูปสมการ (x + y) - z \> 0 แสดงว่าข้อมูลสำคัญขององค์กรตกอยู่ในภาวะเสี่ยงทันทีในปัจจุบัน
- ตัวแปร x หรือ Migration Time หมายถึงระยะเวลาที่องค์กรต้องใช้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน PKI แอปพลิเคชัน อุปกรณ์เครือข่าย และกระบวนการของคู่ค้า โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าองค์กรทั่วไปอาจต้องใช้เวลาปรับเปลี่ยนระบบทั้งหมดนานถึง 5 ถึง 20 ปี
- ตัวแปร y หรือ Security Shelf Life หมายถึงระยะเวลาที่ข้อมูลยังคงต้องรักษาความลับและความสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ข้อมูลสุขภาพและเวชระเบียนที่ต้องปกป้องนานนับสิบปี หรือเฟิร์มแวร์อุปกรณ์ IoT และโครงข่าย Smart Grid ที่มีอายุการใช้งานยาวนานในระบบ
- ตัวแปร z หรือ Threat Timeline หมายถึงระยะเวลาจนกว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาดใหญ่ที่สามารถถอดรหัสลับได้จริงจะเกิดขึ้น ซึ่งองค์กรต้องติดตามตัวชี้วัดความก้าวหน้าอย่าง คิวบิตเชิงตรรกะ เพื่อปรับปรุงการคาดการณ์อย่างต่อเนื่อง

## PQC, QKD และสถาปัตยกรรมแบบผสม

สกมช. อธิบายทางเลือกเทคโนโลยีความปลอดภัยยุคหลังควอนตัม ทั้ง Post-Quantum Cryptography, Quantum Key Distribution และแนวทางแบบผสม เพื่อให้องค์กรเลือกใช้ได้สอดคล้องกับข้อจำกัดทางเทคนิค

[![ออกแบบการเปลี่ยนผ่านระบบรหัสลับ: ระบบรหัสลับปัจจุบัน, Post-Quantum Cryptography, QKD, Hybrid Approach, Crypto Agility](/assets/compliance/guide-ncsa-post-quantum-readiness-technology-and-transition-th-v1.webp)](/assets/compliance/guide-ncsa-post-quantum-readiness-technology-and-transition-th-v1.webp)

**ออกแบบการเปลี่ยนผ่านระบบรหัสลับ**

เลือกแนวทางจากความเสี่ยง ความเข้ากันได้ และข้อจำกัดของระบบ

- **ระบบรหัสลับปัจจุบัน** — ทำความเข้าใจ Dependency และข้อจำกัด
- **Post-Quantum Cryptography** — ประเมินความเหมาะสมกับระบบจริง
- **QKD** — ใช้เมื่อบริบทและข้อจำกัดรองรับ
- **Hybrid Approach** — ผสานระบบเดิมและ PQC ระหว่างเปลี่ยนผ่าน
- **Crypto Agility** — ออกแบบให้เปลี่ยน Algorithm ได้

- Post-Quantum Cryptography หรือ PQC เป็นทางเลือกหลักที่เหมาะสมกับโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตเดิม โดยอาศัยโครงสร้างทางคณิตศาสตร์ที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมแก้ไม่ได้ เช่น CRYSTALS-Kyber สำหรับการแลกเปลี่ยนกุญแจ รวมถึง CRYSTALS-Dilithium และ SPHINCS+ สำหรับลายมือชื่อดิจิทัล
- Quantum Key Distribution หรือ QKD มีข้อจำกัดสำคัญในการใช้งานจริงหลายด้าน ทั้งระยะทางที่จำกัดไม่เกิน 125 กิโลเมตรในสายใยแก้วนำแสงแบบจุดต่อจุด อัตราส่งกุญแจต่ำ ต้นทุนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เฉพาะทางที่สูง และไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ในตัวเอง ทำให้หน่วยงานความมั่นคงชั้นนำอย่าง NSA, NCSC และ ANSSI ยังไม่สนับสนุนการใช้งาน QKD ในระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
- ระบบความปลอดภัยแบบผสมผสานหรือ Hybrid Solution เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและปลอดภัยสูงสุดในระยะเปลี่ยนผ่าน เช่น การใช้ระบบรหัสลับเดิมร่วมกับ PQC ตามมาตรฐาน IETF RFC 9370 สำหรับ IKEv2 เพื่อคงความเข้ากันได้ของระบบและอุดช่องโหว่ที่ไม่คาดคิด
- หลักการ Crypto Agility หรือความคล่องตัวของระบบรหัสลับมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยระบบต้องได้รับการออกแบบให้สามารถสลับเปลี่ยนอัลกอริทึมได้สะดวกรวดเร็ว ดังตัวอย่างบทเรียนจากอัลกอริทึม SIKE ที่ถูกค้นพบจุดอ่อนด้านความปลอดภัยหลังจากผ่านการประเมินมาหลายปี

## Roadmap 7 ขั้นตอนและการขับเคลื่อนในองค์กร

คำแนะนำกำหนดขั้นตอนการเตรียมความพร้อม 7 ขั้นตอน โดยประสานความร่วมมือระหว่างฝ่ายบริหาร ฝ่ายจัดการ และฝ่ายปฏิบัติการ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านดำเนินไปอย่างเป็นระบบ

[![7 ขั้นตอนเตรียมองค์กรสู่ยุคควอนตัม: จัดทำแผนงาน → สร้างความตระหนัก → กำหนดหน้าที่ → ทำบัญชีสินทรัพย์ → ประเมินทางเลือก → ทดลองและทดสอบ → ติดตามต่อเนื่อง](/assets/compliance/guide-ncsa-post-quantum-readiness-readiness-roadmap-th-v1.webp)](/assets/compliance/guide-ncsa-post-quantum-readiness-readiness-roadmap-th-v1.webp)

**7 ขั้นตอนเตรียมองค์กรสู่ยุคควอนตัม**

การเปลี่ยนผ่านเริ่มจากแผนและบัญชีสินทรัพย์ก่อนเลือกเทคโนโลยี

1. **จัดทำแผนงาน** — กำหนด Roadmap บุคลากร และทรัพยากร
2. **สร้างความตระหนัก** — ให้ความรู้ทีมรวมถึงฝ่ายจัดซื้อ
3. **กำหนดหน้าที่** — มอบหมายผู้รับผิดชอบในแต่ละส่วนงาน
4. **ทำบัญชีสินทรัพย์** — ระบุข้อมูลและสินทรัพย์ระบบรหัสลับ
5. **ประเมินทางเลือก** — เทียบความเสี่ยง ประสิทธิภาพ และความเข้ากันได้
6. **ทดลองและทดสอบ** — เรียนรู้ผลกระทบก่อนเปลี่ยนระบบจริง
7. **ติดตามต่อเนื่อง** — ทบทวนความก้าวหน้า ความเสี่ยง และ Threat Timeline

- 1. จัดทำแผนงาน: กำหนดผู้จัดทำ Roadmap และประเมินทรัพยากร โดยเริ่มได้แม้ทีมยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญควอนตัม
- 2. เสริมสร้างความตระหนักรู้: ให้ความรู้ทีมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงฝ่ายจัดซื้อ เพื่อให้การเลือกซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์คำนึงถึงภัยควอนตัม
- 3. กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ: ระบุเจ้าของงานในแต่ละส่วน และทำความเข้าใจระบบรหัสลับที่องค์กรใช้อยู่
- 4. จัดทำรายการสินทรัพย์ทางสารสนเทศ: สำรวจซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และการสร้าง จัดเก็บ ใช้งานกุญแจรหัสลับ
- 5. ประเมินความเหมาะสมของเทคโนโลยีตัวเลือก: เทียบความเสี่ยง ประสิทธิภาพ ข้อจำกัด และความเข้ากันได้กับระบบจริง
- 6. ทำการทดลองและทดสอบ: ใช้ระบบนำร่องเพื่อเรียนรู้ผลกระทบและปัญหาก่อนเปลี่ยนระบบงานหลัก
- 7. ติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง: ทบทวนความคืบหน้า ความเสี่ยง และระยะเวลาก่อนเกิดภัยคุกคามเป็นระยะ

## ตารางเปรียบเทียบข้อกำหนดและการทดสอบความปลอดภัย

สรุปรายละเอียดประกาศ บทบัญญัติ และขอบเขตการทดสอบความปลอดภัยที่จำเป็น

| ประกาศ และข้อกำหนด | สาระสำคัญ | ขอบเขตการทดสอบ | รอบเวลาทดสอบ |
| --- | --- | --- | --- |
| **ขั้นตอนที่ 1 ถึง 3 (สกมช. PQC)** | จัดทำแผนงาน สร้างความตระหนักรู้ และประเมินความเสี่ยงด้วยโมเดล Mosca | Roadmap การเปลี่ยนผ่าน การประเมินสมการ (x + y) - z \> 0 และภัย Harvest Now, Decrypt Later | ขั้นตอนเตรียมความพร้อม ไม่ใช่ข้อบังคับรายปี |
| **ขั้นตอนที่ 4 (สกมช. PQC หัวข้อ 8.3)** | จัดทำบัญชีสินทรัพย์สารสนเทศสองเสาหลัก (Data and Crypto Assets Inventory) | Data Inventory สำหรับข้อมูลลับอายุเกิน 10 ปี และ Crypto Assets Inventory สำหรับอัลกอริทึม กุญแจ และใบรับรอง | สำรวจเริ่มต้นและทบทวนเมื่อมีการปรับปรุงระบบ |
| **ขั้นตอนที่ 5 (สกมช. PQC หัวข้อ 5)** | ประเมินความเหมาะสมของอัลกอริทึม PQC, QKD และสถาปัตยกรรม Hybrid | CRYSTALS-Kyber, Dilithium, FALCON, SPHINCS+, มาตรฐาน FIPS 203 ถึง 205, Hybrid IKEv2 RFC 9370 และการอัปเกรด AES-256 | ตามแผนการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ |
| **ขั้นตอนที่ 6 และ 7 (สกมช. PQC)** | ทดสอบในสภาพแวดล้อมนำร่อง และติดตามความก้าวหน้าตามหลัก Crypto Agility | การทดสอบ Performance, Latency, ขนาดของกุญแจรหัสลับ และการติดตามตัวชี้วัด Logical Qubit | ตามแผนทดสอบนำร่อง และทบทวนความเสี่ยงเป็นระยะ |

NCSA POST-QUANTUM TECHNICAL GUIDE

## วางแผนเปลี่ยนผ่าน PQC จากสินทรัพย์จริง

การเตรียมความพร้อมสำหรับยุคควอนตัมจำเป็นต้องเข้าใจความต่างของผลกระทบระหว่าง Shor และ Grover ประเมินเงื่อนไขวิกฤตด้วยแบบจำลอง Mosca และวางกรอบบัญชีสินทรัพย์ทั้งด้านข้อมูลและระบบรหัสลับเพื่อสร้าง Crypto Agility

[![จากบัญชีรหัสลับสู่การเปลี่ยนผ่าน: วางแผนและมอบหมาย → สำรวจสินทรัพย์ → ประเมินทางเลือก → ทดลองและทดสอบ → เปลี่ยนผ่านและติดตาม](/assets/compliance/pqc-transition-th-v1.webp)](/assets/compliance/pqc-transition-th-v1.webp)

**จากบัญชีรหัสลับสู่การเปลี่ยนผ่าน**

เริ่มจากระบบและข้อมูลที่มีอยู่จริง ทดลองความเข้ากันได้และผลกระทบก่อนใช้งาน สรุปนี้ช่วยจัดกลุ่มงานทางเทคนิค ส่วนแผนงานเจ็ดขั้นของ สกมช. อยู่ในหัวข้อก่อนหน้า

1. **วางแผนและมอบหมาย** — กำหนด Roadmap และเจ้าของงาน
2. **สำรวจสินทรัพย์** — ทำ Data และ Crypto Asset Inventory
3. **ประเมินทางเลือก** — เทียบความเสี่ยงและความเข้ากันได้
4. **ทดลองและทดสอบ** — พิสูจน์การทำงานร่วมกันและประสิทธิภาพ
5. **เปลี่ยนผ่านและติดตาม** — ทยอยใช้งานและทบทวนความเสี่ยง

Shor vs Grover

### ผลกระทบต่อกุญแจสองประเภท

Shor Algorithm ทำลาย Public Key Cryptography ทั้ง RSA และ ECC ในระดับ Polynomial Time ขณะที่ Grover Algorithm ลดทอนความปลอดภัยของ Symmetric Key ในระดับ Quadratic Speedup จึงแก้ไขได้ด้วยการเพิ่มขนาดกุญแจเป็น AES-256 และ Digest เป็น SHA-384 หรือ SHA-512

Mosca Crisis Model

### เงื่อนไขวิกฤต (x + y) - z \> 0

หากระยะย้ายระบบรวมกับอายุความลับยาวนานกว่าระยะเวลาที่สมมติว่าภัยควอนตัมอาจเกิดขึ้น แผนมีช่องว่างด้านเวลา ข้อมูลที่ผู้โจมตีดักเก็บไว้จึงอาจเสี่ยงต่อ Harvest Now, Decrypt Later ทั้งนี้ต้องประเมินจากระบบรหัสลับที่ใช้จริงและทบทวนสมมติฐาน ไม่ใช่สรุปวันเกิด CRQC หรือยืนยันว่าเกิดการโจมตีแล้ว

Dual-Pillar Inventory

### บัญชีสินทรัพย์สารสนเทศ 2 เสาหลัก

ข้อ 8.3 กำหนดให้แยกสำรวจเป็น Data Inventory เพื่อชี้เป้าข้อมูลที่ต้องรักษาความลับเกิน 10 ปี และ Crypto Assets Inventory เพื่อสำรวจ Algorithm ขนาดกุญแจ ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ และจัดทำ Cryptography Bill of Materials (CBOM)

QKD vs PQC

### ขอบเขต QKD และการมุ่งเน้น PQC

แนวทาง สกมช. พ.ศ. 2568 อธิบาย QKD บนใยแก้วนำแสงแบบจุดต่อจุดสำหรับระยะทางสั้นไม่เกิน 125 กิโลเมตร พร้อมข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ การรักษาความปลอดภัยปลายทาง และการยืนยันตัวตน ตัวเลขนี้เป็นบริบทการใช้งานที่เอกสารอธิบาย ไม่ควรนำไปสรุปเป็นเพดานของ QKD ทุกเทคโนโลยี สำหรับการเตรียมองค์กรให้พร้อมตามแนวทาง ควรใช้ PQC ร่วมกับการสำรวจและวางแผนย้ายระบบรหัสลับ

### ตารางสรุปผลกระทบจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมต่อระบบรหัสลับ (ตารางที่ 1 ตามแนวทาง สกมช.)

การเปรียบเทียบระดับผลกระทบ อัลกอริทึมควอนตัมที่ใช้โจมตี และแนวทางบรรเทาผลกระทบตามประเภทของระบบรหัสลับ

| ประเภทระบบรหัสลับ | กรณีการใช้งานและอัลกอริทึมปัจจุบัน | การโจมตีและผลกระทบจากควอนตัม | ระดับความเร่งด่วนและแนวทางแก้ไข |
| --- | --- | --- | --- |
| **กุญแจอสมมาตร (Asymmetric Key)** | การแลกเปลี่ยนกุญแจ (Key Exchange เช่น RSA, DH, ECDH) | Shor Algorithm แก้โจทย์ทางคณิตศาสตร์ Factorization และ Discrete Logarithms ได้ใน Polynomial Time ส่งผลให้ระบบถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง | เร่งด่วนสูงสุดมีความเสี่ยงทันทีจากการดักรับข้อมูลเพื่อรอถอดรหัสลับย้อนหลัง (Harvest Now, Decrypt Later) ต้องเปลี่ยนผ่านสู่ NIST PQC (FIPS 203) หรือสถาปัตยกรรม Hybrid |
| **กุญแจอสมมาตร (Asymmetric Key)** | การลงลายมือชื่อและการยืนยันตัวตน (Digital Signature และ Authentication เช่น RSA, ECDSA, Ed25519) | Shor Algorithm คำนวณหากุญแจส่วนตัว (Private Key) ได้อย่างสมบูรณ์ นำไปสู่การปลอมแปลงลายมือชื่อและสวมรอยทำธุรกรรม | เร่งด่วนสูงมีความเสี่ยงเมื่อเกิด CRQC ต้องเปลี่ยนผ่านสู่ NIST PQC (FIPS 204, FIPS 205) หรือ Stateful Hash-based Signature |
| **กุญแจสมมาตร (Symmetric Key)** | การเข้ารหัสลับข้อมูล (Data Encryption เช่น AES-128, AES-256, 3DES, ChaCha20) | Grover Algorithm เร่งการค้นหากุญแจแบบ Brute-force ระดับ Quadratic Speedup ส่งผลให้ความปลอดภัยลดลงเหลือครึ่งหนึ่งของบิตกุญแจเดิม | เร่งด่วนปานกลางบรรเทาผลกระทบได้โดยเพิ่มขนาดกุญแจเป็น 2 เท่า เช่น ปรับเปลี่ยนจาก AES-128 ไปใช้ AES-256 เพื่อคงระดับความปลอดภัย 128 บิตในยุคควอนตัม |
| **ฟังก์ชันแฮช (Hash Function)** | ความสมบูรณ์ของข้อมูลและการตรวจสอบ (Integrity Verification เช่น SHA-256, SHA-384, SHA-512, SHA-3) | Grover Algorithm และเทคนิค Quantum Collision Search ลดทอนความต้านทานต่อการชนกันของแฮชและการค้นหา Pre-image | เร่งด่วนปานกลางบรรเทาผลกระทบได้โดยขยายขนาด Digest ให้ใหญ่ขึ้น โดยยกระดับมาตรฐานขั้นต่ำเป็น SHA-384 หรือ SHA-512 |

Mosca's Theorem & Risk Metric

### การประเมินช่องว่างความเสี่ยงเชิงปริมาณด้วยแบบจำลอง Mosca

ดร. Michele Mosca กำหนดสมการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่ สกมช. นำมาใช้ เพื่อช่วยให้ผู้บริหารและฝ่ายไอทีประเมินว่าองค์กรต้องเริ่มลงมือปฏิบัติการในทันทีหรือไม่

#### ตัวแปรหลัก 3 มิติ (x, y, z)

ตัวแปรสมการ

x คือระยะเวลาในการเตรียมความพร้อมและย้ายระบบ (Migration Time), y คืออายุการรักษาความลับของข้อมูลตามกฎหมายหรือธุรกิจ (Security Shelf Life), และ z คือระยะเวลาก่อนที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาดใหญ่ (CRQC) จะถูกพัฒนาสำเร็จ (Threat Timeline)

#### ตัวอย่างการคำนวณและช่องว่างความเสี่ยง 5 ปี

กรณีศึกษา สกมช.

หากสมมติให้ระยะย้ายระบบ x = 5 ปี อายุความลับของข้อมูล y = 10 ปี และเวลาที่ภัยคุกคามอาจเกิดขึ้น z = 10 ปี จะได้ (5 + 10) - 10 = 5 ปี ผลต่างนี้เป็นช่องว่างด้านเวลาตามสมมติฐาน ไม่ใช่ระยะเวลาที่ข้อมูลจะถูกถอดรหัสแน่นอนหรือหลักฐานว่าเกิดการโจมตีแล้ว ต้องทบทวนทั้งสามสมมติฐานเมื่อมีข้อมูลใหม่

#### การติดตาม Logical Qubit และ Quantum Volume

การเฝ้าระวังตัวแปร z

สกมช. แนะนำให้ติดตาม Logical Qubit ซึ่งเป็นคิวบิตเชิงตรรกะที่มีระบบแก้ไขความผิดพลาด และ Quantum Volume มากกว่า Physical Qubit เพียงอย่างเดียว เนื่องจาก Shor Algorithm จำเป็นต้องอาศัย Logical Qubit ที่มี Error Rate ต่ำในการแยกตัวประกอบ RSA

#### บทเรียนประวัติศาสตร์จาก DES สู่ AES

ประสบการณ์ในอดีต

รายงานจาก Boston Consulting Group (BCG) ระบุว่าในอดีตหลายองค์กรใช้เวลาปรับเปลี่ยนระบบจาก DES และ 3DES ไปสู่ AES ยาวนานถึง 20 ปี การเปลี่ยนผ่านสู่ PQC จึงต้องเริ่มวางแผนสถาปัตยกรรมล่วงหน้าอย่างน้อย 5 ถึง 10 ปี

Section 8.3 & CBOM

### กรอบบัญชีสินทรัพย์ 2 เสาหลัก และการวางรากฐาน Crypto Agility

ขั้นตอนที่ 4 ของแนวทาง สกมช. เป็นหัวใจที่ซับซ้อนที่สุด การจัดทำบัญชีสินทรัพย์สารสนเทศช่วยชี้เป้าช่องโหว่เดิมและเตรียมความพร้อมสำหรับเทคโนโลยีใหม่

#### เสาหลักที่ 1: รายการข้อมูล (Data Inventory)

คัดกรองข้อมูลลับ

สำรวจประเภทข้อมูล ระดับชั้นความลับ อายุการจัดเก็บตามกฎหมาย เส้นทางการส่งผ่านเครือข่าย และที่ตั้งของระบบจัดเก็บ โดยเฉพาะข้อมูลความลับทางการค้า ข้อมูลสุขภาพ และข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่มี Shelf Life เกิน 10 ปี

#### เสาหลักที่ 2: สินทรัพย์รหัสลับ (Crypto Assets Inventory)

สำรวจอัลกอริทึม

จัดทำรายการ Algorithm ความยาวของ Key ใบรับรอง Digital Certificate โพรโทคอลการสื่อสาร เช่น TLS, SSH หรือ IPsec และการสร้างหรือจัดเก็บกุญแจในโมดูลความปลอดภัยฮาร์ดแวร์ (HSM)

#### Cryptography Bill of Materials (CBOM)

Supply Chain

สร้างรายการส่วนประกอบเชิงรหัสลับทั้งในระดับโค้ด ซอฟต์แวร์ภายนอก และไลบรารี เพื่อให้สามารถระบุและอัปเดตไลบรารีที่ใช้อัลกอริทึมแบบดั้งเดิมได้อย่างรวดเร็วเมื่อมาตรฐาน PQC ได้รับการรับรองในระดับสากล

#### การออกแบบระบบให้ยืดหยุ่น (Crypto Agility)

ความยืดหยุ่น

แยกชั้นการทำงานของ Cryptographic Primitive ออกจาก Business Logic ของแอปพลิเคชัน เพื่อให้สามารถสลับหรืออัปเกรดอัลกอริทึมได้โดยไม่ต้องแก้ไขโค้ดโครงสร้างหลักของระบบ

### โครงสร้างการสื่อสารและบทบาทหน้าที่ 3 ระดับตามแนวทาง สกมช. (ข้อ 8.2)

การขับเคลื่อนองค์กรสู่ความพร้อมยุคควอนตัมต้องอาศัยการประสานงานและการแบ่งบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจนในทุกระดับการบริหาร

#### ผู้บริหารระดับสูง (C-Level และบอร์ด)

ทำความเข้าใจภาพรวมความเสี่ยง จัดสรรงบประมาณระยะยาว กำหนดนโยบายความมั่นคงปลอดภัย และอนุมัติหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างที่ระบุเงื่อนไขความพร้อมรับมือควอนตัม

#### ผู้จัดการและหัวหน้างาน (Management)

แปลงนโยบายเป็นกลยุทธ์ จัดลำดับความสำคัญของระบบสารสนเทศ กำกับดูแลแผนงาน Migration Roadmap และบริหารจัดการความต่อเนื่องของระบบงาน

#### วิศวกรและผู้ปฏิบัติการ (Operations และ IT)

สำรวจบัญชีสินทรัพย์รหัสลับ ทดสอบระบบนำร่องแบบผสม (Hybrid Solution) ตรวจสอบความเข้ากันได้ และเฝ้าระวังผลกระทบด้านสมรรถนะของระบบ

#### ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างและคู่ค้า (Procurement และ Vendor)

กำหนดข้อกำหนด Post-Quantum Readiness ในสัญญาจ้างและการจัดซื้อฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ใหม่ เพื่อป้องกันการนำเทคโนโลยีที่เสี่ยงต่อควอนตัมเข้ามาในองค์กร

อ้างอิงจากคำแนะนำเรื่องแนวทางการปฏิบัติการเตรียมความพร้อมสำหรับยุคควอนตัม (Guideline for Post-Quantum Readiness) สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) พ.ศ. 2568: ข้อ 4 ภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม, ข้อ 5 วิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัย, ข้อ 6 โมเดล Mosca, และข้อ 8 แนวปฏิบัติการเตรียมความพร้อมและบัญชีสินทรัพย์

[ปรึกษา STH เกี่ยวกับการประเมินความพร้อม PQC และสถาปัตยกรรม Crypto Agility](/th/#contact)

### เครื่องมือประเมินความพร้อม

คลิกเลือกรายการที่องค์กรของท่านได้ดำเนินการแล้ว เพื่อคำนวณระดับความพร้อมเบื้องต้น

0%

จัดทำแผนงาน Roadmap การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคควอนตัม พร้อมกำหนดบทบาทหน้าที่ชัดเจนทั้งระดับบริหาร ผู้จัดการ และฝ่ายปฏิบัติการ
          
          
            
            ประเมินความเสี่ยงด้วยโมเดล Mosca โดยคำนวณสมการ (x + y) - z \> 0 เพื่อระบุข้อมูลที่เสี่ยงต่อภัย Harvest Now, Decrypt Later
          
          
            
            จัดทำ Data Inventory สำหรับข้อมูลความลับที่มีอายุการเก็บรักษายาวนานกว่า 10 ปี พร้อมระบุสถานที่จัดเก็บและทางเดินข้อมูล
          
          
            
            จัดทำ Crypto Assets Inventory และ CBOM เพื่อสำรวจอัลกอริทึม ความยาวกุญแจ และใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ในระบบสารสนเทศทั้งหมด
          
          
            
            วางแผนอัปเกรดระบบรหัสลับแบบสมมาตรเป็น AES-256 และฟังก์ชันแฮชเป็น SHA-384 หรือ SHA-512 เพื่อต้านทาน Grover's Algorithm
          
          
            
            ทดสอบอัลกอริทึม PQC หรือสถาปัตยกรรมแบบผสม (Hybrid) ในระบบนำร่อง พร้อมออกแบบระบบตามหลัก Crypto Agility ให้สลับเปลี่ยนกุญแจได้ยืดหยุ่น

ประเมินความพร้อม

เลือกรายการด้านบนเพื่อประเมินผล

[ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และขอใบเสนอราคา](/th/#contact)

PQC BY STH

## ตรวจสอบความพร้อม PQC ของเว็บไซต์ฟรี

เริ่มจากทรัพย์สินที่เปิดเผยต่ออินเทอร์เน็ต: เครื่องมือ PQC by STH ตรวจสอบการตั้งค่า TLS ที่เว็บไซต์นำเสนอ เพื่อช่วยเห็นอัลกอริทึมและสัญญาณความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Post-Quantum Cryptography

ผลการตรวจเป็นจุดเริ่มต้นของ Crypto Assets Inventory ไม่ใช่การรับรองความปลอดภัยหรือการประเมินระบบภายในทั้งหมด

[ตรวจเว็บไซต์ด้วย PQC by STH ](https://pqc.p7z.pw/)

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถามและข้อสงสัยสำคัญเกี่ยวกับข้อกำหนดและการตรวจประเมินตามมาตรฐาน

### เหตุใดองค์กรจึงต้องเตรียมความพร้อมด้าน PQC แม้คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะยังพัฒนาไม่สมบูรณ์?

เพราะผู้โจมตีสามารถดักเก็บข้อมูลที่เข้ารหัสไว้ในปัจจุบัน (Harvest Now) เพื่อรอถอดรหัสในอนาคตเมื่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมพร้อมใช้งาน (Decrypt Later) ข้อมูลที่มีอายุความลับยาวนานจึงเสี่ยงทันที

### อัลกอริทึมเข้ารหัสแบบใดที่จะได้รับผลกระทบจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม?

อัลกอริทึมแบบ Public Key เช่น RSA, ECC และ Diffie-Hellman จะถูกถอดรหัสได้ ส่วนอัลกอริทึมแบบ Symmetric เช่น AES-256 ยังคงปลอดภัยหากใช้ความยาวกุญแจที่เหมาะสม

### เหตุใดหน่วยงานกำกับดูแลระดับสากลจึงแนะนำ PQC มากกว่า QKD สำหรับระบบสารสนเทศทั่วไป?

แนวทาง สกมช. พ.ศ. 2568 อธิบาย QKD บนใยแก้วนำแสงแบบจุดต่อจุดสำหรับระยะทางสั้นไม่เกิน 125 กิโลเมตร พร้อมข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ การรักษาความปลอดภัยปลายทาง และการยืนยันตัวตน ตัวเลขนี้เป็นบริบทการใช้งานที่เอกสารอธิบาย ไม่ควรนำไปสรุปเป็นเพดานของ QKD ทุกเทคโนโลยี สำหรับการเตรียมองค์กรให้พร้อมตามแนวทาง ควรใช้ PQC ร่วมกับการสำรวจและวางแผนย้ายระบบรหัสลับ

### สมการโมเดล Mosca บ่งชี้ว่าองค์กรตกอยู่ในภาวะความเสี่ยงได้อย่างไร?

เมื่อระยะเวลาเตรียมความพร้อมรวมกับอายุที่ต้องเก็บรักษาข้อมูล มีค่ายาวนานกว่าระยะเวลาก่อนที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะเกิดขึ้นจริง หรือ (x + y) - z \> 0 แสดงว่าข้อมูลสำคัญจะถูกดักจับและถอดรหัสลับได้ในอนาคต ทำให้ต้องเริ่มเปลี่ยนผ่านทันที

## หัวข้อและกฎหมายกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

- [
                แนวปฏิบัติ Zero Trust ของ สกมช.
                
              ](/th/compliance/ncsa-zero-trust-guidelines/)
- [
                สถาบันการเงินต้องทำ Pentest อะไรบ้างตามหลักเกณฑ์ ธปท.
                
              ](/th/compliance/bank-of-thailand/)
- [
                PCI DSS v4.0.1: VA, ASV Scan, Pentest และ Segmentation
                
              ](/th/compliance/pci-dss/)
- [
                ISO/IEC 27001:2022 ต้องทำ Penetration Testing ไหม
                
              ](/th/compliance/iso-27001/)

เปิดภาพขนาดเต็มเพื่อซูม

## เอกสารต้นทางฉบับทางการ

ไฟล์ต้นฉบับจากหน่วยงานราชการ โฮสต์ไว้บน sth.sh เพื่อความสะดวก โปรดยึดฉบับล่าสุดจากลิงก์ต้นทางเป็นสำคัญ

[
            
              
              
              ![ตัวอย่างหน้าแรกของคำแนะนำเรื่องแนวทางการปฏิบัติการเตรียมความพร้อมสำหรับยุคควอนตัม](/assets/process/compliance-sources/sth-source-ncsa-post-quantum-readiness-2568.webp)
            
          ](/assets/documents/sth-source-ncsa-post-quantum-readiness-2568.pdf)

### คำแนะนำเรื่องแนวทางการปฏิบัติการเตรียมความพร้อมสำหรับยุคควอนตัม

โดย สกมช. (NCSA)

[เปิดเอกสาร (PDF) ](/assets/documents/sth-source-ncsa-post-quantum-readiness-2568.pdf)
              [ดาวน์โหลด ](/assets/documents/sth-source-ncsa-post-quantum-readiness-2568.pdf)
              
              [แหล่งต้นทาง ](https://www.ncsa.or.th/ncsa_book/5004a6893034327c56000029)

## ต้องการทำ Pentest ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดเหล่านี้?

เล่าขอบเขตระบบและข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติตามให้เราฟัง ทีม STH จะช่วยประเมินแนวทางและจัดทำใบเสนอราคาให้

[ขอใบเสนอราคา Pentest](/th/#contact)

## เอกสาร PDF

[เปิดในแท็บใหม่ ](/th/compliance/ncsa-post-quantum-readiness/)
              [ดาวน์โหลด](/th/compliance/ncsa-post-quantum-readiness/)

อัปเดตล่าสุด 16 ตุลาคม 2569
